ทางมู่เฉียนซี
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของนาง มู่เฉียนซีก็ได้หลบหลีกไป เหล่าผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดนั้นเองก็ได้เริ่มลงมือแล้ว
บึ้ม! เสียงกึกก้องเสียงหนึ่งดังลั่นขึ้นเพราะพวกที่ซุ่มซ่อนอยู่นั้นลงมือ แต่พวกเขาทั้งหมดก็ได้ถูกชิงอิ่งกันท่าเอาไว้
ในตอนนี้ไป๋เหยียนเอ๋อร์นั้นมีความก้าวหน้าขึ้นมาบ้างเล็กน้อย นางสามารถที่จะควบคุมพลังแห่งนรกของหมิงจีได้ พลังแห่งนรกนั้นได้ระเบิดพุ่งไปทางมู่เฉียนซีอย่างรุนแรง
ปัง! เสียงระเบิดเสียงหนึ่งดังขึ้น กำแพงที่อยู่ด้านหลังของมู่เฉียนซีล้มลง แต่มู่เฉียนซีกลับสามารถหลบหลีกไปได้อย่างเบาสบายเช่นเคย
มู่เฉียนซีกล่าว “ไป๋เหยียนเอ๋อร์ ถึงต่อให้เจ้าใช้พลังอันเล็กน้อยนี้ของหมิงจีเจ้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ถ้าหากว่าเจ้าอยากจะให้มันง่าย ๆ ก็สามารถให้หมิงจีออกมาลงมือได้”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “มู่เฉียนซี การเก็บกวาดเจ้านั้นยังไม่ต้องถึงขั้นให้ท่านหมิงจีลงมือหรอก”
พลังที่เปล่งออกมาจากตัวของไป๋เหยียนเอ๋อร์นั้นแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนหน้านี้อยู่ไม่น้อย อย่างน้อยก็มีพลังความสามารถขั้นมหาจักรพรรดิแห่งภูตขั้นที่เก้า มิเพียงเท่านั้น เพียงชั่วเวลาที่นางขยับมือก็ได้บังเกิดเปลวเพลิงสีดำลุกไหม้ขึ้นมา
“เห็นหรือไม่ เพลิงวิญญาณที่ท่านหมิงจีมอบให้แก่ข้า ในตอนนี้ข้าเป็นจอมภูตธาตุไฟแล้ว และถึงแม้ว่าเจ้าจะได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไป แต่กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรั