นดร์ก็ไม่ได้ยอมรับเจ้าเป็นนาย จึงไม่สามารถกลายเป็นจอมภูตธาตุไฟได้” ไป๋เหยียนเอ๋อร์มองไปยังมู่เฉียนซีอย่างได้ใจ
มู่เฉียนซีชักกระบี่มังกรเพลิงออกมา “เพลิงเพียงเล็กน้อยแค่นี้ก็ยังกล้าที่จะมาโอ้อวดต่อหน้าข้า น่าขัน!”
“มังกรเพลิงสังหาร”
มังกรเพลิงสีแดงฉานพุ่งตัวออกไป ที่นางไม่สามารถมีพลังวิญญาณธาตุไฟได้ไม่ใช่เพราะนางมิได้ทำให้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ยอมรับนางเป็นนาย หากแต่เพราะกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์นั้นไม่สมบูรณ์ต่างหาก
ตำหนักตงจี๋ต้องการกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ที่จริงแล้วนางยินดีเป็นอย่างมากที่จะส่งมอบวิญญาณกระบี่ยื่นให้ถึงมือพวกเขา
เมื่อถึงตอนนั้นแล้วก็มิต้องลงมือเลยแม้แต่น้อย เลือดในตำหนักตงจี๋จะไหลเป็นแม่น้ำและไม่มีผู้รอดชีวิตแม้แต่ผู้เดียว
“เปลวเพลิงของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ก็ไม่เท่าไรนี่”
เพลิงวิญญาณได้จับตัวเข้าด้วยกันกลายเป็นสัตว์ยักษ์ตัวหนึ่งและป้องกันการโจมตีของมู่เฉียนซีเอาไว้
ปัง!
“บัวแดงพิฆาต”
“พิฆาตอสูร”
ครืน!
พลังสีแดงและพลังสีดำปะทะเข้าด้วยกัน ไป๋เหยียนเอ๋อร์เองก็นึกไม่ถึงว่าภายในระยะเวลาไม่นานพลังความสามารถที่แข็งแกร่งอยู่แล้วของมู่เฉียนซีนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก
ความเคลื่อนไหวทางนี้นั้นมากมายรุนแรงนัก ผู้อาวุโสแต่ละคนของตำหนักเป่ยหานก็มิใช่หูหนวกตาบอด ไม่นานนักก็ได้มีคนตามเสียงมาถึง
สีหน้าของไป๋เหยียนเอ๋อร์มืดครึ้มลงพลันแล้วกล่าว “วันนี้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้าไป