ก่อนมู่เฉียนซี งานประชุมนักปรุงยาครั้งใหญ่นี้ข้าจะค่อย ๆ เล่นกับเจ้าจนตาย ข้าจะให้เจ้าได้รู้ว่าทักษะการปรุงยาที่แข็งแกร่งที่สุดของเจ้านั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า ข้าจะให้เจ้าตายอย่างอนาถภายใต้น้ำมือของข้า”
มู่เฉียนซีแค่นยิ้มออกมาแล้วกล่าว “ไม่เจอกันนานหลายวัน เจ้านี้ช่างฝันใหญ่โตได้มาขึ้นเรื่อย ๆ เสียจริง”
ทันทีที่เงาร่างสีม่วงขยับตัว มู่เฉียนซีก็ได้โจมตีเข้าไป
“ทักษะโยวหลัว”
ไป๋เหยียนเอ๋อร์หลบไปอย่างรีบร้อนและได้หายไปในความมืดพร้อมกับผู้อาวุโสเหล่านั้น
“ประมุขน้อย”
“ประมุขน้อยกลับต้องมาอยู่ที่นี่ เป็นใครกันที่กล้าลอบโจมตีในเมืองเป่ยหานเช่นนี้”
คนของตำหนักเป่ยหานที่เข้ามานั้นล้วนตกตะลึง มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “ไม่เป็นไร ข้าขอตัวกลับก่อน”
“อะไรนะ? บุตรสาวผู้นั้นของไป๋อู๋ห่ายกล้าที่จะลงมือกับซีเอ๋อร์” กู้ไป๋อีเมื่อได้รับรู้เรื่องทั้งหมดเขาก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ในเมื่อมาแล้วคนผู้นี้ก็ไม่สามารถเก็บเอาไว้ได้แล้ว” กู้ไป๋อีเตรียมที่จะส่งคนทั้งหมดไปยังที่ที่พวกเขาอยู่เพื่อตัดรากถอนโคน
มู่เฉียนซีกล่าว “งานประชุมนักปรุงยามีสำนักโอสถฯ คอยปกป้องนางอยู่ นางจึงมั่นใจว่าพวกเราไม่กล้าลงมือ ในตอนนี้งานปรุงยาครั้งใหญ่นั้นสำคัญนัก รอให้เสร็จสิ้นเสียก่อน จากนั้นนางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากตำหนักเป่ยหานไปที่ไหนได้แล้ว”
“หลังจากนี้ ข้าจะคอยปกป้องอยู่ข้างกายเจ้าไม่ห่างแม้แต่น้อย” กู้ไป๋อีกล่าว
มู่เฉ