ียนซีหันกลับไปกล่าว “ไม่จำเป็นต้องทำให้เจ้าวุ่นวายเช่นนั้นหรอกเสี่ยวไป๋ มีชิงอิ่งอยู่ ในเมืองเป่ยหานนี้พวกนางทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”
“ไม่ได้” ในครั้งนี้กู้ไป๋อีไม่ยินยอม
ด้วยเพราะผู้ที่เข้าร่วมงานปรุงยานี้มีมากมายนัก ก่อนที่จะเข้าร่วมนั้นยังจะต้องคัดเลือกคนอยู่กลุ่มหนึ่ง
งานประชุมนักปรุงยาครั้งใหญ่ในครั้งนี้ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องอายุ ไม่ต้องตรวจวัดอายุ แต่ประการแรกนั้นก็คือต้องตรวดวัดพลังจิต
เมื่อได้รู้ว่าจะตรวจวัดพลังจิต นักปรุงยารุ่นหนุ่มสาวเหล่านั้นก็มีสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก พลังจิตของพวกเขานั้นจะต้องไม่สามารถสู้กับนักปรุงยาที่ไม่รู้ว่าได้ฝึกบำเพ็ญมาตั้งกี่ปีพวกนั้นได้เป็นแน่
ผู้อาวุโสแห่งสำนักโอสถฯ ได้นำศิลาออกมาก้อนหนึ่งแล้วกล่าว “หกสิบคะแนนจึงนับว่าผ่านเกณฑ์ ต่ำกว่าหกสิบนั้นนับว่าไม่มีคุณสมบัติ”
จากนั้นแต่ละคนก็ได้เข้าไปทำการตรวจวัดพลังจิต แน่นอนว่าเหล่าบรรดาผู้เฒ่าชรา ผู้อาวุโสที่มีพลังความสามารถแข็งแกร่งและฝึกบำเพ็ญมาเป็นเวลาหลายปีนั้นไม่มีปัญหา
แต่เมื่อมาถึงคราวคนรุ่นหนุ่มสาวแล้ว…
“ห้าสิบแปด”
“ไม่ผ่านเกณฑ์”
“สี่สิบเก้า”
“ไม่ผ่านเกณฑ์” ศิลานี้หากต้องการตรวจวัดผู้ที่ไม่ถึงระดับมหาจักรพรรดิให้ผ่านเกณฑ์นั้นมันไม่ง่ายดายเลยทีเดียว
ในที่สุดก็มาถึงครามู่เฉียนซีแล้ว เมื่อผู้อาวุโสที่จะทำการตรวจวัดได้เห็นมู่เฉียนซีซึ่งเป็นเพียงสาวน้อยเช่นนี้ก็ส่ายหัวทันที คงไม่มีหวังมากนัก
แต่มู่เฉียน