จะขึ้นไปยังตำแหน่งด้านบนนั้นก็จะต้องผ่านสายฟ้าฟาดที่อันตรายกว่าเมื่อก่อนจึงจะขึ้นไปได้”
“หลายปีมานี้คนของโลกทั้งสี่ทิศที่สามารถผ่านฟ้าผ่าไปได้อย่างราบรื่นนั้นเกรงว่าคงจะมีอยู่ไม่เกินสิบคน”
“แต่ว่ามีค่ายกลส่งตัวระยะไกลที่สามสำนักใหญ่ขั้นสำนักนิกายระดับสามทิ้งเอาไว้เมื่อหมื่นปีก่อน สามารถออกไปได้โดยค่ายกลส่งตัวระยะไกล แต่ว่าแคว้นฟ้านอินนั้นจะไม่ยอมให้ผู้ที่มิใช่ศิษย์ของพุทธศาสนาใช้ค่ายกลส่งตัวระยะไกลอย่างแน่นอน ถ้าหากใช้ค่ายกลส่งตัวระยะไกลของตำหนักเป่ยหานหรือตำหนักตงจี๋ เช่นนั้นในภายหลังก็จะต้องไปรับใช้ราชวงศ์ตงหวงกับราชวงศ์เป่ยกง”
มู่เฉียนซีตะลึงค้าง “อันที่จริงแล้วด้วยพลังความสามารถของเสี่ยวไป๋มันก็เพียงพอที่จะขึ้นไปข้างบนตั้งแต่แรกแล้ว เจ้าไม่อยากจะไปที่ราชสำนักของราชวงศ์เป่ยกง ก็เลยเลือกหนทางที่อันตรายเช่นนี้?”
กู้ไป๋อีพยักหน้าแล้วกล่าว “ข้าไม่ยินดีที่จะกลับไปยังสถานที่เช่นนั้นอีกแล้ว แค่เพียงอยากที่จะหาสถานที่อันเงียบสงบสักแห่งไว้ฝึกยุทธ์”
มู่เฉียนซีมองไปยังเงาร่างที่อยู่กลางสายฟ้านั้นแล้วกล่าว “ดูแล้วท่านลุงผู้นั้นก็คงจะคิดเช่นเดียวกัน ล้มเหลวมาแล้วตั้งหลายครั้ง ร่างกายอันทรุดโทรมไม่อาจที่จะต้านทานสายฟ้าเอาไว้ได้อยู่ แต่กระนั้นแล้วก็ยังยินยอมที่จะทำตัวเป็นคนหนุ่มเป็นการชั่วคราวเพื่อที่จะฝ่าผ่านมันไปให้ได้”
เปรี้ยง! สายฟ้านั้นดุดันผิดปกติราวกับว่ามันไม่ยินยอมที่จะให้มนุษย์ออกจาก