ที่ผืนดินแผ่นฟ้าแห่งนี้ไปได้
ชายสูงวัยนั้นร้องตะโกนขึ้น “ข้าจะไม่ยอมแพ้หรอก ข้ารึจะกลัวเจ้า”
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นกลบสายฟ้าอยู่ที่แลบอยู่ร่ำไป และมันก็ยังคงไม่ยอมแพ้อยู่เช่นเดิม
หลังจากที่สายฟ้าสุดท้ายฟาดลงมานั้น เงาร่างของท่านลุงผู้นั้นก็หายไปกลางอากาศ
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยความตกตะลึง “นั่นสำเร็จแล้ว”
กู้ไป๋อีกล่าว “อื้ม ผู้อาวุโสท่านนั้นมองความตายอย่างไม่เกรงกลัวและสู้ฝ่าไปอย่างเอาชีวิตเข้าแลก”
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าภาพในฉากนี้ช่างอันตรายยิ่งนัก นางมองไปยังกู้ไป๋อีแล้วกล่าวขึ้น “เสี่ยวไป๋ หากครั้งต่อไปเจ้าจะเสี่ยงอันตรายจะต้องมีข้าอยู่ที่นั่นด้วย”
กู้ไป๋อีพยักหน้ากล่าว “มีเจ้าอยู่ข้าก็ไม่กลัวที่จะต้องล้มเหลวพ่ายแพ้อีกครั้ง”
แต่ว่า…
นางไม่อยากที่จะให้เขาต้องแบกรับสายฟ้าอันน่ากลัวเช่นนี้ แต่ก็รู้ดีว่าเขาจะไม่เลือกเส้นทางที่ง่ายดายนั้นแน่นอน
มู่เฉียนซีกล่าวขึ้น “มีคนที่สาปแช่งตัวเองเยี่ยงนี้เช่นเจ้าด้วยรึ? ครั้งต่อไปจะต้องราบรื่นอย่างแน่นอนเสี่ยวไป๋!”
เสียงสายฟ้าจางหายไปแล้ว สายตาของมู่เฉียนซีก็สาดแววแห่งความฉงนออกมา
“ครั้งก่อนที่เจ้าเคราะห์ร้ายนั้นข้าไม่ได้รู้สึกอะไรเท่าใดนัก แต่ในครั้งนี้ข้ารู้สึกว่ามิติของโลกทั้งสี่ทิศนั้นไม่ปกติเป็นอย่างมาก ราวกับว่ามันถูกพลังแห่งมิติที่แข็งแกร่งพลังหนึ่งกักขังมันเอาไว้ก็มิปาน”
แต่ทว่าจะมีพลังแห่งมิติอันแข็งกล้าอันใดที่จะสามารถจองจำโลกทั้งใบได้