์ของสาวน้อยผู้นี้ช่างเป็นที่สุดในโลกมนุษย์แล้วเสียจริง
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ในเมื่อรู้ฐานันดรของข้าแล้ว เช่นนั้นแล้วยังไม่ไสหัวลงมาพูดกล่าวกันอีก ข้าไม่มีความอดทนพอที่จะเงยหน้าพูดมากความกับพวกเจ้าหรอกนะ”
เมื่อมู่เฉียนซีเปิดปากกล่าวขึ้นเช่นนี้ ทุกคนก็ล้วนแต่ฮึกเหิมกันขึ้นมา
พวกนั้นโอหัง แต่ประมุขน้อยเฉียนซีของพวกเขานั้นโอหังยิ่งกว่า ใครกลัวใครกันเล่า
ลูกสมุนที่อยู่ข้างกายของคนหนุ่มผู้นั้นกล่าวขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่านายน้อยของพวกเราเป็นใคร เป็นสำนักนิกายระดับสามแห่งหนึ่ง พวกเจ้านึกจริง ๆ หรือว่าพวกเจ้าเป็นหนึ่งในใต้หล้าไร้ศัตรู ไอ้พวกกบก้นบ่อ”
มุมปากของมู่เฉียนซีหุบเข้าเป็นรอยยิ้มอันเย็นชา “เช่นนั้นแล้วข้าก็ค่อนข้างสงสัยนักว่าทุกท่านนั้นมาจากสำนักนิกายระดับใดเล่า?”
นางได้หาข่าวมาแล้ว เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมในการแข่งครั้งนี้ สำนักโอสถฯ จึงไม่มีสิทธิเข้าร่วมงานแข่งขันการปรุงยาครั้งใหญ่ในครั้งนี้
ทั่วทั้งโลกสี่ทิศอาจจะยังมีกลุ่มกำลังที่แอบซ่อนกำลังเอาไว้อยู่ก็เป็นได้
“เจ้าจงฟังเอาไว้ให้ดี นายน้อยของพวกเรานั้นมาจากเกาะสวรรค์ เกาะไห่เทียน โลกสี่ทิศนี้ในสายตาของพวกเราชาวเกาะไห่เทียนแล้วมันก็ไม่เท่าไรนัก”
มู่เฉียนซีเบ้ปากกล่าว “ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเกาะไห่เทียนมาก่อน ในตอนนี้พวกเจ้าไสหัวลงมาได้แล้ว”
นายน้อยผู้นั้นกล่าว “ในเมื่อเป็นประมุขน้อยของตำ