หนักเป่ยหาน เช่นนั้นก็ไปลงสมัครรายชื่อเป็นเพื่อนข้า มีแต่เพียงฐานันดรเช่นเจ้าเท่านั้นที่ยังนับได้ว่าคู่ควร เจ้ามาปรนนิบัติข้าเถอะ”
มู่เฉียนซียิ้มแล้วกล่าว “เจ้าเองก็จะหลงตัวเองมากเกินไปแล้วกระมัง ข้าไม่ไปเล่นด้วยหรอก ในตอนนี้เจ้าจงไสหัวลงมาให้ไว”
คนเหล่านั้นของเกาะไห่เทียนแค่นหัวเราะออกมา “เจ้าคิดว่าพวกเราจะ…”
ยังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวจบก็พลันรู้สึกได้ว่าตัวม้าบินนั้นได้สูญเสียการควบคุมไป มันพุ่งดิ่งลงโดยไม่ฟังคำสั่งพวกเขาแม้แต่น้อย
ทุกคนต่างตกตะลึงพลางปากอ้าตาค้าง “นี่ประมุขน้อยเฉียนซีก็จะเก่งกาจเกินไปแล้วกระมัง บอกให้พวกเขาไสหัวลงมาพวกเขาก็พากันกลิ้งลงมาแล้วจริง ๆ”
“สมน้ำหน้าคนพวกนั้น กล้าที่จะมาล่วงเกินนายน้อยเฉียนซี”
ขณะเดียวกันนั้น ม้าบินตัวนั้นก็แย่ลงเรื่อย ๆ แล้ว พวกเขาทำได้เพียงแต่โคจรพลังวิญญาณขึ้นมาแล้วหนีออกมาจากม้าบินนั้น
คนเหล่านี้ได้ยืนอยู่กลางอากาศและมองไปยังมู่เฉียนซีด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด
“เจ้าทำอะไรลงไปกัน?”
ปัง! ม้าบินกระแทกลงบนพื้นและก่อให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมาหลุมหนึ่ง พวกเขาพบว่าม้าบินนั้นไร้สิ้นซึ่งชีพจรใด ๆ แล้ว
มันตายแล้ว! อีกทั้งแก่นวิญญาณนั้นก็ได้ถูกควักออกไป
เงาร่างสีขาวเงาหนึ่งได้กลับไปยังอ้อมอกของมู่เฉียนซี มันกอดแก่นวิญญาณนั้นเอาไว้แล้วเริ่มกัดแทะ
แกร่ก!
“ไม่เสียทีที่เป็นแก่นวิญญาณของสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ระดับที่หกเต็มขั้น รสชาตินั้นไม่เลวเลย” อู