๋ตี้เลียมุมเท้าอย่างพอใจ
ตั้งแต่เจ้าหมอนี่ปรากฏตัวขึ้นมา อู๋ตี้ก็ได้เริ่มเกิดความโลภขึ้นมาแล้ว
มันได้ถือโอกาสในตอนที่ผู้เป็นนายของมันกำลังดึงดูดความสนใจพวกกลุ่มคนเขลาพวกนั้นลอบโจมตีแล้วนำเอาแก่นวิญญาณมาได้
คนของเกาะไห่เทียนเหล่านั้นมองดูราวกับดวงตาจะแตกสลาย “เจ้า…เจ้ามันรนหาที่ตาย เจ้ากล้าที่จะฆ่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาของพวกเรา”
มู่เฉียนซีกล่าว “การห้ามบินเหนือเมืองเป่ยหานนั้นเป็นกฎที่กำหนดมาไว้เป็นพันปี ในเมื่อเจ้าไม่ทำตามกฎเช่นนั้นพวกเราตำหนักเป่ยหานก็ต้องริบยึดสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ท่องนภาของพวกเจ้า มันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล”
“เจ้ารนหาที่ตาย” คนเหล่านี้พุ่งไปทางมู่เฉียนราวกับมีเพลิงพิโรธปะทุขึ้นสูงสามจ้าง
แม้ความเร็วของพวกเขาจะรวดเร็วยิ่งนัก แต่แสงของกระบี่นั้นกลับรวดเร็วยิ่งกว่า
แสงกระบี่อันเย็นวาบได้ตกลงที่บนตัวของพวกเขา พวกเขาคิดอยากที่จะหลบหลีกไปนั้นก็ไม่ทันเสียแล้ว
ซึบ!
ในตอนนี้บนเครื่องแต่งกายของพวกเขานั้นมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนอยู่หลายแห่ง บุรุษผู้ที่เหมือนประหนึ่งเทพผู้เย็นชาได้กระโดดลงมาจากฟากฟ้า
ปราณกระบี่นั้นก็เหมือนดั่งตัวบุคคลที่ทั้งเย็นยะเยือกและไร้ปราณี ไม่จำเป็นต้องให้ผู้มาเยือนได้รายงานถึงสถานะตัวตน พวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นผู้ใด
หัวหน้าตำหนักเป่ยหาน กู้ไป๋อี
พลังความสามารถอันแข็งแกร่งของคนผู้นี้ทำให้พวกเขาตกตะลึง
แม้ให้เกาะไห่เทียนส่งตัวยอดฝีมือขั้นสูงสุดเต็มขั