ผู้ฝึกสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในตำหนักเป่ยหาน ท่านหัวหน้าตำหนักได้โปรดปรานีผู้อาวุโสหกด้วยขอรับ!”
มู่เฉียนซีมองไปที่คนผู้นั้นและยิ้มพลางกล่าวว่า “ก็แค่ผู้ฝึกสัตว์”
“นับจากนี้ต่อไป ผู้ฝึกสัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งตำหนักเป่ยหานไม่ใช่เขาอีกต่อไปแล้ว เช่นนั้นก็หมายความว่าสามารถจัดการเขาได้อย่างตามใจเลยใช่หรือไม่?”
ทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึงขึ้น นี่ประมุขน้อยหมายความว่าอย่างไรกัน?
ผู้อาวุโสหกเป็นผู้ฝึกสัตว์อันดับหนึ่งแห่งตำหนักเป่ยหานมานานมากแล้ว และไม่มีผู้ใดเก่งกาจไปว่าเขาแล้ว ประมุขน้อยจะไปหาผู้ฝึกสัตว์ท่านใดมาแทนที่เขาได้ล่ะ!
มู่เฉียนซีมองไปที่พวกเขาและกล่าวว่า “แล้วข้าไม่ใช่ผู้ฝึกสัตว์อย่างนั้นเหรอ?”
ทุกคนได้ยินเช่นนี้ต่างก็เกิดความโกลาหลขึ้น “อะไรนะ ประมุขน้อยก็เป็นผู้ฝึกสัตว์ด้วยอย่างนั้นเหรอ นี่นางยังใช่มนุษย์หรือไม่?”
“……”
มู่เฉียนซีกล่าว “ทุกคนฟังคำสั่ง ไปหาซื้อหรือล่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มา หามาได้ก็ส่งมาที่ตำหนักเป่ยหาน ข้ารับผิดชอบการฝึกสัตว์เอง!”
“และหากมีผู้ใดกล้าตั้งตนเป็นศัตรูกับข้าอีก คนผู้นั้นจะมีจุดจบเหมือนผู้อาวุโสหก”
หลังจากสยบด้วยกำลัง และลงโทษแล้ว แน่นอนว่าต้องให้รางวัลปลอบใจสักหน่อย
“ประมุขน้อยเป็นผู้ฝึกสัตว์จริง ๆ ด้วย!”
“พระเจ้าช่วย! ประมุขน้อยยังรับปากว่าจะช่วยฝึกสัตว์ให้อีก!”
“……”
มู่เฉียนซีกล่าว “หากพวกเจ้ามีข้อสงสัย ข้ายินดีให้ทุกคนเอาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์มาให้ข้