าฝึกให้ได้”
พลังของตำหนักเป่ยหานกับตำหนักตงจี๋นั้นสูสีกัน เพียงแต่พลังของผู้อาวุโสสูงสุดนั้นเอนเอียงไปทางตำหนักตงจี๋เล็กน้อย
แม้ว่าเป่ยกงจั๋วรับปากว่าจะช่วยสนับสนุน แต่ตัวเองก็ต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างเอาไว้เองด้วย
เตรียมสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เพิ่มให้ตำหนักเป่ยหานมากขึ้นสักหน่อย การเพิ่มกำลังในการต่อสู้นั้นเป็นเรื่องจำเป็นมาก
ในวันนี้ ทุกคนในตำหนักเป่ยหานต่างก็ตื่นเต้นขึ้น
ต้องรู้เอาไว้เลยว่าเมื่อก่อนกว่าจะให้ผู้อาวุโสหกฝึกสัตว์ให้ได้นั้นนับว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก แถมปี ๆ หนึ่งเขาก็ฝึกสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่มากนัก แต่ประมุขน้อยเฉียนซีเก่งกาจและใจกว้างมาก
หลังจากที่กลับมาถึงตำหนักของหัวหน้าตำหนัก กู้ไป๋อีก็กล่าวถามว่า “ซีเอ๋อร์จะลำบากเกินไปหรือไม่?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ด้วยพลังจิตของข้าในตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องยากเลย หลังจากที่ผู้อาวุโสสูงสุดหนีไป ตำหนักเป่ยหานก็มีช่องโหว่มากมาย จำเป็นต้องเติมเต็ม มิเช่นนั้นหากตำหนักตงจี๋มีความเคลื่อนไหว เราจะลำบาก”
“มีข้าอยู่!” กู้ไป๋อีกล่าวเสียงขรึม
มู่เฉียนซียิ้มแล้ว “นั้นมันแน่นอนอยู่แล้วล่ะ มียอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งดินแดนสี่ทิศให้ข้าได้กอดขาพึ่งพาเช่นนี้ ข้าไม่กลัวตำหนักตงจี๋หรอก!”
เมื่อรู้ว่ามู่เฉียนซีอยู่ที่ตำหนักเป่ยหาน แถมยังมีชื่อเสียงเป็นที่ร่ำลือได้ใจทุกคน และดูเหมือนว่ากู้ไป๋อีจะปกป้องมู่เฉียนซีเป็นพิเศษเช่นนี้อีก ไป๋อู๋ห่ายก็กระวนกระวายใจขึ้น “ตำห