าวุโสแห่งตำหนักเป่ยหานขึ้นไปประลอง นี่ประมุขน้อยบ้าไปแล้วกระมัง
เหล่าบรรดาผู้อาวุโสพวกนี้ล้วนแต่มีพลังระดับเก้าทั้งสิ้น และผู้อาวุโสสองท่านนี้ก็มีพลังถึงระดับสูงสุดเชียวนะ!
นางจะเป็นคู่ต่อสู้ของผู้อาวุโสได้อย่างไรกัน
ศิษย์ผู้ที่เขาภาคภูมิใจถูกมู่เฉียนซีทำให้เป็นคนโง่เขลาอย่างแปลกประหลาดไปแล้ว และแน่นอนว่าผู้อาวุโสหกต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
เขาเอ่ยปากกล่าวว่า “ประมุขน้อย พูดจริง ๆ เหรอ?”
มู่เฉียนซีมีความสามารถก็จริง แต่ก็จะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว!
มู่เฉียนซีกล่าว “ก็พูดจริงน่ะสิ หากเหล่าผู้อาวุโสยังไม่ยอมรับในตัวข้า ก็ขึ้นมาประลองหมดนี่แหละ! ข้า ยินดีต้อนรับ!”
“นี่ประมุขน้อยเฉียนซีเป็นคนพูดเองนะ!”
ครั้นแล้ว เหล่าบรรดาผู้อาวุโสแห่งตำหนักเป่ยหานก็ขึ้นไปบนลานประลอง
ผู้คนต่างซุบซิบนินทากันว่า “เหล่าผู้อาวุโสไร้ยางอายเกินไปแล้ว พลังแข็งแกร่งปานนั้น แถมอายุยังเยอะมากแล้วด้วย ยังจะมาประลองกับประมุขน้อยอีก! รังแกผู้น้อยเกินไปแล้วกระมัง!”
“ก็นั่นน่ะสิ พวกเขาทำเช่นนี้ได้ยังไงกัน ประมุขน้อยเฉียนซีไม่เหมาะสมเป็นประมุขน้อยตรงไหน”
“……”
เมื่อเห็นพวกเขาขึ้นลานประลองเช่นนี้ มุมปากของมู่เฉียนซีก็ยกยิ้มขึ้นพลางกล่าว “แต่เดี๋ยวนะ ผู้อาวุโสทุกท่าน ถึงแม้ว่าข้าจะรับปากว่าจะประลองกับพวกท่าน แต่ก็ไม่ได้หมายความข้าจะต่อสู้คนเดียวนะ!”
“เสี่ยวไป๋ ชิงอิ่ง!”
ทันทีที่มู่เฉียนซีกล่าวจบ ร่างอันเพรียวบางทั้งสองก็ปรากฏ