เจ้าเข้ามายุ่งห้ะ ตอนที่ควรลงมือเจ้ากลับไม่ทำ”
อู๋ตี้กล่าว “ก็ข้ามีความสุขที่จะทำแบบนี้หนิ!”
สัตว์พันธสัญญาถูกกำจัดไปแล้ว ส่วนคนที่เหลืออยู่ มู่เฉียนซีก็โจมตีกวาดลงไปจากลานประลองจนเกลี้ยง
กระบี่สีแดงฉานส่องประกายระยิบระยับสะท้อนผ่านดวงตาของผู้คน ส่วนร่างบอบบางในชุดม่วงที่ยืนอยู่บนลานประลองด้วยท่าทางกำเริบเสิบสานอีกทั้งยังดูสูงศักดิ์อีกด้วยผู้นั้ ทำให้ผู้คนต่างมองนางด้วยความคลั่งไคล้เป็นอย่างยิ่ง
แข็งแกร่ง แข็งแกร่งยิ่งนัก!
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “การประลองสนามนี้ข้าชนะแล้ว หากผู้อาวุโสท่านใดไม่ยอมรับให้ข้าเป็นประมุขน้อย ก็ส่งคนมาได้เลย!”
ทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึงขึ้น อะไรนะ?
นึกไม่ถึงเลยว่าเหล่าบรรดาผู้อาวุโสจะไม่ยอมรับให้ประมุขน้อยเฉียนซีเป็นประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหาน หากผู้ที่มีฝีมือและความสามารถอันวิปริตเช่นนี้อย่างนางไม่เหมาะสมที่จะเป็นประมุขน้อย แล้วในดินแดนสี่ทิศแห่งนี้ยังจะมีผู้ใดที่เหมาะสมอีกเล่า
ประมุขน้อยเฉียนซีวิปริตยิ่งกว่านายน้อยอวิ๋นซิวเสียอีก!
ผู้อาวุโสรองกล่าว “พลังความแข็งแกร่งของประมุขน้อยเฉียนซีนั้นไม่ธรรมดา แต่จะให้เป็นประมุขน้อยนั้น…”
ผู้อาวุโสรองไม่ทันกล่าวจบ มู่เฉียนซีก็กล่าวตัดบทขึ้นมาว่า “ดูท่าผู้อาวุโสรองจะยังไม่ยอมรับ เช่นนั้นผู้อาวุโสทุกท่านขึ้นมาประลองกับข้าเป็นเช่นไร?”
ทุกคนได้ยินเช่นนี้ก็ตกตะลึงพรึงเพริดขึ้นอีกครั้ง ให้เหล่าบรรดาผู้อ