หญิงสาวผู้น่าทึ่งอีกทั้งยังกำเริบเสิบสานบุกเข้ามาในตำหนักหารือเช่นนี้ ทุกคนล้วนแต่เดาออกแล้วว่านางเป็นใคร
“มู่เฉียนซี!”
“มู่เฉียนซี นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะกล้าบุกเข้ามาในตำหนักหารือเช่นนี้”
“……”
ร่างในชุดม่วงเคลื่อนไหวไป ก่อนจะนั่งลงอย่างสงบตรงที่นั่งข้าง ๆ กู้ไป๋อี
มู่เฉียนซีเหลือบมองเจ้าเฒ่าเหล่านี้และกล่าวว่า “ผู้อาวุโสทุกท่านก็คงจะไม่รู้กฎกระมัง! ท่านหัวหน้าตำหนักยังไม่ได้ปลดตำแหน่งประมุขน้อยของข้า ผู้อาวุโสทุกท่านก็ควรจะเรียกข้าว่าประมุขน้อยนะ”
ท่าทางกำเริบเสิบสานเช่นนี้ของมู่เฉียนซีทำให้เจ้าเฒ่าเหล่านี้ล้วนแต่เกรี้ยวโกรธจนลมออกหู พลางจ้องมองนางตาเขม็ง
“ข้าคิดว่า หากประมุขน้อยเป็นผู้หญิง เกรงว่าจะแบกรับหน้าที่อันใหญ่หลวงไม่ไหว ได้โปรดประมุขน้อยถอนตัวจากตำแหน่งประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหานด้วย”
พวกเขาไม่กล้าเอ่ยปากให้ท่านหัวหน้าตำหนักปลดตำแหน่งของมู่เฉียนซี จึงทำได้เพียงให้เฉียนซีถอนตัวไปเอง
มู่เฉียนซีเลิกคิ้วพลางกล่าว “แบกรับหน้าที่อันใหญ่หลวงไม่ไหวอย่างนั้นเหรอ ข้าจำได้นะว่าข้าเข้าร่วมการประลองคัดเลือกประมุขน้อยมาแล้ว และข้าก็คว้าตำแหน่งประมุขน้อยมาได้ หากพวกเจ้าไม่ยอมจำนน ก็ส่งคนมาท้าประลองกับข้าได้นะ! ข้ารอรับคำท้า”
เหล่าบรรดาผู้อาวุโสต่างแสดงสีหน้าท่าทีที่แตกต่างกันไป อวี้ปิงชิงกับนายน้อยทั้งเจ็ดของตำหนักเป่ยหานเป็นคนที่ตำหนักเป่ยหานเลี้ยงดูฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่พวกเขาก็ยังไม่