้วนแต่รู้ดีว่าพลังความแข็งแกร่งของมู่เฉียนซีเป็นเช่นไร เพื่อเอาชนะนางให้ได้ คาดว่าพวกนั้นจะต้องใช้อุบายเป็นแน่
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าก็แค่อยากยืดเส้นยืดสายหน่อย เอาชนะให้พวกเขายอมจำนนด้วยใจจริง จะรอดูว่าจะเอาอุบายอะไรออกมาใช้”
บรรดาผู้อาวุโสเหล่านั้นไม่ยอมรับที่มู่เฉียนซีเป็นประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหาน และยิ่งพวกเขาไม่ยอมรับมากเท่าไร มู่เฉียนซีก็ยิ่งเหิมเกริมมากขึ้นเท่านั้น
“ผู้อาวุโสรอง ผู้อาวุโสรองแย่แล้วขอรับ ประมุขน้อยซ้อมคนของเราจนบาดเจ็บหมดแล้ว ส่วนสมุนไพรวิญญาณก็ถูกย้ายไปจนเกลี้ยงแล้วขอรับ”
“ผู้อาวุโสสาม แย่แล้วขอรับ ประมุขน้อยเอาผลึกสัตว์วิญญาณไปเกลี้ยงตำหนักพวกเราเลยขอรับ”
“……”
ของดีของตำหนักเป่ยหานถูกมู่เฉียนซีเอาไปจนหมดสิ้น
เดิมทีคิดว่าเป็นของของเสี่ยวไป๋ นางจึงไม่อยากทำอะไรที่มันเกินไป แต่ช่วยไม่ได้ ของพวกนี้ล้วนแต่เป็นของเป่ยกงจั๋ว แล้วนางจะมัวเกรงใจอยู่ทำไมล่ะ
เหล่าบรรดาผู้อาวุโสแห่งตำหนักเป่ยหานโกรธเกรี้ยวจนแทบกระอักเลือดออกมา นี่มันประมุขน้อยซะที่ไหนกันเล่า นี่มันโจรชัด ๆ
จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ผู้อาวุโสสูงสุดมาหายตัวไป ท่านหัวหน้าตำหนักก็ไม่รักษาหลักการที่ยึดถือเลยแม้แต่น้อย ส่วนอีกฝ่ายก็ยังมีผู้แข็งแกร่งคอยปกป้องอยู่เช่นนี้ พวกเขาจึงทำได้เพียงแค่เฝ้ามองดูเท่านั้น
“รอให้ผู้ส่งสาส์นลงมาก่อน จะต้องรายงานเรื่องนี้ขึ้นไปให้ได้ เหตุใดท่านหัวหน้าตำหนักถึงได้ปล่อยให้สาวน้อยผู้นั