จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมกอดแน่น “ซีกล้าทำ แต่ไม่กล้ายอมรับ!”
แต่นางไม่เคยทำเช่นนั้นจริง ๆ นะ! มู่เฉียนซีเป็นผู้บริสุทธิ์
ในตอนนี้เอง น้ำเสียงอันอ่อนโยนเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของนาง
“ซีเอ๋อร์ วันนั้นข้ารู้สึกได้ว่าร่างกายของเจ้าผิดปกติ ในใจเจ้ากำลังเรียกหาแต่จิ่วเยี่ย ข้าก็เลยส่งจิ่วเยี่ยมา”
แม้ว่านางจะพยายามยับยั้งอย่างสุดชีวิต แต่ร่างกายกับความคิดภายในใจของนางกลับส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจกับผู้ทำพันธสัญญา
ชั่วครู่หนึ่งสีหน้าของมู่เฉียนซีราวกับถูกแผดเผาขึ้นทันที สุ่ยจิงอิ๋งจะไม่เข้าใจความคิดเดิมของนางได้อย่างไรกันเล่า
มู่เฉียนซีกล่าว “สุ่ยจิงอิ๋งเป็นคนให้เจ้ามา ไม่ใช่ข้า…”
จิ่วเยี่ยขยับตัวเข้าใกล้นางพลางกล่าว “หากในใจของซีไม่ได้คิดถึงข้ามาก ผู้เป็นพันธสัญญาของเจ้าก็คงจะไม่เกิดความรู้สึกร่วมด้วย ซียังอยากจะเถียงข้าง ๆ คู ๆ อยู่อีกหรือไม่?”
มู่เฉียนซีรู้สึกว่าใบหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้นไปทุกขณะ สุดท้ายก็ถูกจิ่วเยี่ยกดร่างของนางลงบนเตียง และกดทับสองมือของนางเอาไว้
ใบหน้าอันหล่อเหลาที่เย็นยะเยือกนั้นของจิ่วเยี่ยขยายใหญ่ขึ้นตรงหน้ามู่เฉียนซี ดวงตาคู่นั้นดูอันตรายและลุกโชนไปด้วยเปลวไฟอันแรงกล้า
เขาค่อย ๆ เอ่ยปากกล่าวอย่างเชื่องช้าว่า “ข้าดีใจมาก ที่สถานการณ์เช่นนั้นซีคิดถึงข้า คิดถึง แต่ข้า…”
เขาขยี้จูบลงไปบนริมฝีปากอันแดงระเรื่อนั้น ช่างเร่าร้อนเป็นอย่างยิ่ง และแฝงไปด้วยความปีติยิน