่าบาท”
คนผู้นั้นกล่าวถามว่า “บุตรสาวของมู่เฟิงอวิ๋น แถมยังครอบครองมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ด้วย ข้าชักจะสนใจซะแล้วสิว่านางเป็นใคร”
“สาวน้อยผู้นั้นชื่อมู่เฉียนซี นางเคยปลอมตัวมาเป็นประมุขน้อยแห่งตำหนักเป่ยหานด้วย นั่นก็คือมู่หรงเฉียนเยี่ย แถมท่านหัวหน้าตำหนักก็ดีกับนางมากอย่างน่าประหลาดใจ”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” เขากล่าวอย่างเชื่องช้า
“ข้าน้อยจงรักภักดีต่อฝ่าบาทเสมอมา ได้โปรดฝ่าบาทช่วยข้าน้อยด้วย” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวขอร้องอ้อนวอน
“เขาต้องการฆ่าเจ้า หากเจ้าอยากมีชีวิตรอด เจ้าก็ต้องซ่อนตัวอยู่ในที่ที่ไม่มีใครเห็น และต่อให้ข้าส่งคนไปปกป้องเจ้า เจ้าก็กลับไปยังตำหนักเป่ยหานไม่ได้อีกแล้ว”
“แต่ว่า ขะ ข้าน้อย…”
เขาเป็นถึงผู้อาวุโสสูงสุดผู้ยิ่งใหญ่แห่งตำหนักเป่ยหาน ตอนนี้กลับต้องมาอยู่อย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย เขาจะอยู่อย่างสบายใจได้อย่างไรกันล่ะ!
และเขาต้องการจับตัวสาวน้อยผู้นั้นมาให้ได้ และต้องแย่งชิงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์มาครอบครองให้จงได้
“ด้วยความสามารถของเจ้า เจ้าไปที่ตำหนักตงจี๋ก่อนก็ได้ ยืมมือของคนตำหนักตงจี๋เพื่อบรรลุเป้าหมายของเจ้า และหากว่าเจ้าสามารถควบคุมตำหนักตงจี๋เอาไว้ในกำมือเจ้าได้ ข้ามีรางวัลให้เจ้าอย่างแน่นอน”
ดวงตาของผู้อาวุโสสูงสุดเปล่งประกายขึ้น “ขอบพระคุณฝ่าบาทที่ชี้แนะหนทางสว่างให้ข้าน้อย”
ลำแสงบนแผ่นหยกนั้นได้อันตรธานหายไป แววตาอันยกย่อง