นกำเริบเสิบสานต่อไปเช่นนี้เหรอ ไม่มีทาง!
เขาเอาป้ายหยกแผ่นหนึ่งออกมา บนแผ่นหยกนั้นสลักคำสองคำอยู่ นั่นก็คือ ‘เป่ยกง’
เขาถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าไปในนั้น และน้ำเสียงอันอ่อนโยนเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “มีอันใด?”
“ฝ่าบาท ข้าน้อยสมควรตายขอรับ! แต่ได้โปรดฝ่าบาทช่วยข้าน้อยด้วย”
ตุบ! ในขณะที่กล่าวนั้น เขาก็คุกเข่าลง
“เจ้าปิดบังอะไรข้า?” ในน้ำเสียงอันอ่อนโยนนั้นแฝงอันตรายอยู่
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “เมื่อสิบปีก่อน ข้าน้อยเจอคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสคนหนึ่ง และเก็บเขามา จากนั้นจึงพบว่าเขาคือมู่เฟิงหลิง น้องชายของมู่เฟิงอวิ๋น ข้าน้อยใช้วิชาลับควบคุมเขา คิดจะใช้เขาเป็นเหยื่อล่อมู่เฟิงอวิ๋น เพื่อสำเร็จภารกิจอันใหญ่หลวง”
“แต่คิดไม่ถึงว่าในการแย่งชิงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ในครั้งนี้ การควบคุมของข้าน้อยจะไร้ผลเพราะเขาต้องการปกป้องสาวน้อยคนหนึ่ง และข้าน้อยก็ได้รู้ว่าสาวน้อยผู้นั้นคือบุตรสาวของมู่เฟิงอวิ๋น”
“แถมสาวน้อยผู้นั้นยังเป็นผู้ที่ครอบครองกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ และนางยังมีชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ข้างกาย แถมความแข็งแกร่งของเขาผู้นั้นก็ยังแข็งแกร่งกว่าท่านหัวหน้าตำหนักอีกด้วย ข้าน้อยไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา เกือบจะถูกเขาฆ่าตาย ข้าน้อยพยายามอย่างสุดชีวิตกว่าจะหนีเอาตัวรอดออกมาได้ และตอนนี้ท่านหัวหน้าตำหนักก็ประกาศจับตัวข้าน้อยไปทั่วทั้งดินแดนสี่ทิศ ข้าน้อยไม่มีที่ไปแล้ว จึงทำได้เพียงต้องมาขอร้องอ้อนวอนฝ