้าเล่ห์นั่นมันจับตัวยาก หากเขาต้องการมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพนิรันดร์ก็ต้องมีความเคลื่อนไหวแน่นอน ในตอนที่ตามหาตัว ก็จับตาดูความเคลื่อนไหวของกองกำลังใหญ่ ๆ ในดินแดนสี่ทิศด้วยก็แล้วกัน”
“อืม!”
มู่เฉียนซีกล่าว “เสี่ยวไป๋ ข้าคิดว่าข้าจะกลับไปถิ่นของข้า จัดหาที่อยู่ให้อารองให้เรียบร้อย เจ้ารอข้ากลับมา”
กู้ไป๋อีกล่าว “จัดหาที่อยู่ให้มู่เฟิงหลิง ตำหนักเป่ยหานของข้ามีอยู่ที่หนึ่ง จัดเป็นที่อยู่ให้เขาได้ ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด ต่อให้ตำหนักเป่ยถูกทำลายล้าง ก็ไม่มีใครสามารถแตะต้องที่แห่งนั้นได้ ที่นั่นคงจะเป็นที่ที่เหมาะสมที่สุดแล้ว”
ถึงแม้ว่าจะมีหอฉงโหลวบนเมฆาเป็นยานพาหนะนำทางใช้เวลาไม่นาน แต่หากมีที่ที่ใกล้และปลอดภัย นางย่อมยินดีอยู่แล้ว เช่นนี้นางก็สามารถมีเวลาไปดูแลอารองได้
“สถานที่ปลอดภัยที่เสี่ยวไป๋ว่า มันต้องไม่เลวเป็นแน่ รอให้ข้าจัดการเรื่องต่าง ๆ เสร็จ ข้าจะไปตำหนักเป่ยหานกับเจ้า!”
“อืม!”
ในลานบ้านภายในเมืองเล็ก ๆ ของแดนตะวันออก ชายหนุ่มผู้หนึ่งลืมตาขึ้นมา แววตาคู่นั้นเผยลำแสงอันน่าทึ่งออกมา
เขาลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย โคจรพลังวิญญาณขึ้น และกล่าวด้วยความพึงพอใจว่า “ร่างสำรองที่ข้าได้เตรียมเอาไว้นี้ ไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ ความแข็งแกร่งก็เหมาะเจาะพอดี”
“กู้ไป๋อี มู่เฉียนซี แล้วก็คนผู้นั้น…” เขานึกถึงชายผู้น่ากลัวผู้นั้น คนผู้นั้น เขาไม่สามารถต้านทานได้เลย
แต่จะปล่อยให้พวกมั