วเองแล้ว พวกเขาก็ลงมือทันที
เซียวเหยากล่าว “นายท่าน ข้าจัดการเอง!”
ทว่า ความเร็วของจิ่วเยี่ยนั้นเร็วกว่ามาก พลังอันแข็งแกร่งอย่างไม่สามารถจินตนาการได้ได้ซ่านออกมา
พลังดำมืด สามารถทำลายล้างได้ทุกสรรพสิ่ง!
อ๊า!
เสียงร้องโหยหวนอันน่าสังเวชดังออกมา พวกเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ทำได้เพียงแค่มองดูร่างของตัวเองค่อย ๆ กลายเป็นโครงกระดูกขาวไปเท่านั้น
นี่มันนรกชัด ๆ!
อวี้ปิงชิงเบิกตากว้างจ้องมองฉากนี้ด้วยความตกใจ เดิมทีคิดว่าหลังจากที่ท่านหัวหน้าตำหนักจากไปแล้ว ในกลุ่มของพวกเขาจะไม่มียอดฝีมือแล้ว และจะต้องถูกคนเหล่านี้กำจัดได้แน่นอน
กลับนึกไม่ถึงเลยว่าชายชุดดำผู้ลึกลับผู้นี้จะน่ากลัวถึงเพียงนี้
ชั่วพริบตาเดียวก็สามารถทำให้คนกลายเป็นโครงกระดูกขาวได้ อวี้ปิงชิงหวาดกลัวจนตัวสั่น นางตกใจจนเป็นลมหมดสติไป
ผัวะ! เซียวเหยายกขาเหยียบร่างของนาง “คิดจะเป็นลมตอนนี้เหรอ ฝันไปเถอะ!”
กระดูกข้อมือถูกเหยียบจนเจ็บอย่างรุนแรงทำให้อวี้ปิงชิงต้องฟื้นขึ้นมา นางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ข้ายังไม่อยากตาย! ข้าไม่อยากตาย!”
ทางตรงหน้าถูกจิ่วเยี่ยกำจัดจนสิ้นแล้ว
เหล่าบรรดายอดฝีมือของสำนักต่าง ๆ มัวแต่จ้องเหยื่อข้างหน้าโดยไม่รู้ว่ามีภัยอยู่ด้านหลัง ภายในชั่วพริบตาเดียวพวกเขาก็ตายไปโดยไม่รู้ตัว
จิ่วเยี่ยจูงมู่เฉียนซีและกล่าวว่า “ซี ไปกันเถอะ!”
“อืม!”
เมื่อมู่เฉียนซีมาถึงเมืองเป่ยหาน ในเมืองเป่ยหานก็มีข่าวลือที่น่า