คนทนฟังไม่ได้จริง ๆ
มู่เฉียนซีเตรียมนำเคียวคร่าชีวิตออกมา นางกล่าว “จิ่วเยี่ยช่วยสั่งสอนให้บทเรียนแก่หม้อยาบ้านี่เสียหน่อย”
ถ้าหากมิใช่ว่าเพราะหม้อหยินหยางสองขั้วก่อเรื่องวุ่นวายขึ้น นางก็คงจะไม่ต้องเดินมาถึงจุดที่อันตรายเช่นนี้
เงาร่างเงาหนึ่งขยับพลัน หม้อหยินหยางสองขั้วก็ไม่กล้าที่จะร้องอีกต่อไป
พลังอันน่าพรั่นพรึงพลังหนึ่งได้โอบรัดทั้งตัวของมันไว้ มันอยากจะร้องแต่ก็ร้องไม่ออก และตอนนี้มันก็รู้สึกเจ็บปวดเป็นที่สุด
มันเป็นถึงมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพที่นายท่านนิรันดร์สร้างขึ้นมาเชียว แต่ในชั่วขณะนี้มันกลับรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่หายใจไม่ออก ราวกับว่าสามารถหายไปจากฟ้าดินได้ทุกชั่วขณะก็มิปาน
น่าหวาดกลัว บุรุษผู้นี้น่าหวาดกลัวเกินไปแล้ว
มันรู้สึกทรมานและสั่นระริกอย่างไร้เรี่ยวแรง พลังอันน่าพรั่นพรึงนั้นทรมานมันเสียจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
ในที่สุดก็นับได้ว่าเงียบสงบลงไปเสียที
มู่เฉียนซีกล่าว “เซียวเหยา เจ้ายังมีเรื่องอะไรที่ต้องจัดการอีกหรือไม่ หากไม่มีละก็จงเตรียมตัวที่จะออกเดินทางเถอะ”
เซียวเหยากล่าว “ข้าเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว พวกเราสามารถออกเดินทางได้ทุกเมื่อ”
มู่เฉียนซีกล่าว “เช่นนั้นก็ออกเดินทางตอนนี้เลย”
นางรอไม่ไหวคิดอยากที่จะหาตัวเจ้าเฒ่านั่นให้พบเสียแล้ว หากมิหาตัวเจ้าเฒ่านั่นให้พบ ไฉนเลยนางจะสามารถสบายใจอย่างแท้จริงได้ ในตอนนี้เอง บุคคลหนึ่งที่สาดลำแสงแห่งความสุขสะอา