ดก็ได้ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าของมู่เฉียนซี
จิ่วเยี่ยพุ่งผ่านเข้ามาพลันและกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอกเพื่อป้องกันนางจากคนตรงหน้าผู้นี้
ทั้งตัวเขานั้นห่มคลุมไปด้วยชุดผ้าสีเหลืองอ่อน ที่ตัวเขานั้นสาดส่องประกายแห่งพระพุทธออกมา มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับพลังแห่งความมืด
มู่เฉียนซีเอ่ยขึ้น “โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอิน ครั้งนี้ดีที่ได้เจ้าออกโรงช่วยเหลือเอาไว้ เมื่อครั้งก่อนหน้าสิ่งของที่ข้าหลอกลวงเจ้า ซ้ำยังล่วงเกินเจ้าเอาไว้มาก ข้าจะคืนให้”
มู่เฉียนซีได้นำสิ่งของที่หลอกลวงอินรั่วเฉินเมื่อคราไปเดินถนนเมื่อครั้งก่อนส่งมอบออกมา
อินรั่วเฉินกล่าว “สิ่งของเหล่านี้เป็นเพียงแค่ของนอกกาย การสบโอกาสเข้าช่วยเหลือนั้นเป็นสิ่งที่อาตมาควรจะทำ วันนี้อาตมามาบอกลา อาตมาควรที่จะกลับไปแล้ว”
“เจ้าจะกลับแคว้นฟ้านอินแล้ว?”
“ใช่แล้ว” อินรั่วเฉินกล่าวตอบอย่างราบเรียบ
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “เจ้ารู้สถานะตัวตนของข้าตั้งแต่แรกแล้ว?”
“ใช่”
“เช่นนั้นแล้วเจ้ามีเป้าหมายอะไรที่อยากจะได้กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์รึไม่?” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
อินรั่วเฉินส่ายหัวกล่าว “กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไม่ใช่อะไรที่อาตมาจะสามารถบังคับควบคุมให้อยู่ได้ ก่อนที่จะจากไปอาตมาอยากจะบอกเรื่องหนึ่งแก่แม่นางมู่ สิ่งที่เจ้าต้องการก็คือสิ่งที่อาตมาต้องการ เราจะไม่เป็นศัตรูกับเจ้า”
สายตาของอินรั่วเฉินนั้นใสสะอาดอีกทั้งจริงใจ มู่เฉียนซีอ่านพระผู้นี้ไม่ออกจ