ริง ๆ แต่ก็นับได้ว่าเขามีบุญคุณต่อนาง
มู่เฉียนซีได้รื้อยาเม็ดในคลังออกมาอยู่ไม่น้อยแล้วกล่าวขึ้น “ของเหล่านี้เป็นสิ่งที่ข้าทำขึ้น ถึงแม้ว่าด้วยสถานะตัวตนอันสูงส่งของเจ้าจะไม่ขาดแคลนสิ่งของเหล่านี้ แต่ของของข้านั้นไม่เลวเลย หากไม่รังเกียจละก็จงรับไว้เถิด”
ที่มู่เฉียนซีนำออกมาจากคลังนั้นมีอยู่มิน้อย แน่นอนว่าอินรั่วเฉินก็รู้ว่าน้ำยาและยาเม็ดเหล่านี้นั้นไม่เหมือนกับโอสถธรรมดาทั่วไป
ความตั้งใจนี้เขาได้รับเอาไว้แล้ว
เซียวเหยาอดไม่ได้ที่จะกล่าวแทรกขึ้นมา หัวหน้าตระกูลผู้นี้ใจกว้างมือเติบยิ่งนัก ต้องรู้เอาไว้ว่ายาเม็ดจำนวนมากมายเช่นนั้นมีราคาเท่ากับเมืองทั้งเมือง
อินรั่วเฉินรับยาเม็ดเหล่านั้นเอาไว้จากนั้นก็กล่าว “อาตมาขอลา”
อินรั่วเฉินจากไปอย่างรวดเร็ว จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้แน่น “จากนี้ไปซีอยู่ให้ห่างหน่อย”
มู่เฉียนซีตะลึงค้าง “จิ่วเยี่ย เจ้ามองออกหรือว่าอินรั่วเฉินมีปัญหาอะไร?”
โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอินผู้นี้นั้นใสสะอาด สูงส่งและมีเมตตา ดูเหมือนว่าจะเพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรมอันดีงามทั้งหมดของโลกนี้
หากมิใช่เพราะการแย่งชิงวิญญาณกระบี่เมื่อครั้งก่อนหน้าที่เกิดการเผชิญหน้ากัน นางก็ยังจะคิดว่าเขาเป็นคนดีผู้หนึ่ง
จิ่วเยี่ยส่ายหน้าแล้วกล่าว “ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่ว่าข้าเชื่อในลางสังหรณ์ของตัวเอง ซีเชื่อหรือไม่?”
จิ่วเยี่ยนั้นเป็นยอดฝีมือที่ลึกซึ้งอย่างมิอาจหยั่งได้ถึง พลังความสามารถก็แข็งแกร่ง