เสียจนวิปริต ในเมื่อเขากล่าวเช่นนี้ก็แน่นอนว่าคงไม่ไร้เหตุผล
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้าเชื่อว่าเจ้าหมอนั่นกลับไปแคว้นฟ้านอินที่อยู่ห่างไกลออกไปนั้น คาดว่าคงมิได้มีโอกาสพบหน้ากันอีก”
ในตอนนี้เองกู้ไป๋อีก็เอ่ยขึ้น “ซีเอ๋อร์ ข้าต้องกลับไปคุมสถานการณ์ที่ตำหนักเป่ยหานก่อน และข้าจะส่งยอดฝีมือให้ออกตามหาล่าจับผู้อาวุโสสูงสุดทั่วทั้งแดนตะวันออก”
สถานการณ์ในตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะอยู่ข้างกายนางต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าหวงจิ่วเยี่ยใกล้ชิดกับนาง
จะต้องทำเรื่องอะไรเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเสียหน่อย
มู่เฉียนซีพยักหน้ากล่าว “เช่นนั้นก็ดี เสี่ยวไป๋เจ้าเองก็ระวังตัวด้วย”
“อืม”
กู้ไป๋อีไปแล้ว เขาใช้ความเร็วอย่างรวดเร็วที่สุดหายไปจากตรงหน้ามู่เฉียนซี
อินรั่วเฉินกับกู้ไป๋อีจากไปแล้ว มู่เฉียนซีเรียกให้เซียวเหยามามัดตัวประกันทั้งห้าเอาไว้แล้วกล่าว “พวกเราไปกันเถอะ”
พวกเขาได้ออกจากเหวพิษของตระกูลเซียว และแทบจะไม่มีผู้ใดสนใจหม้อหยินหยางสองขั้วเลยแม้แต่น้อย
“รอด้วย รอด้วย” มันที่เจ็บปวดอย่างที่สุดก็ได้เริ่มกัดฟันและตามไป
หลังออกจากเหวพิษตระกูลเซียวแล้วก็ได้ออกจากป่าแห่งความตาย มู่เฉียนซีก็พบว่าที่ด้านหน้านั้นยังมีคนอยู่อีกไม่น้อย
ที่แท้ก็เป็นสำนักใหญ่ต่าง ๆ ที่ยังไม่ยอมลามือนี่เอง ดังนั้นจึงได้ดักรออยู่ที่ด้านนอกป่าแห่งความตายไม่ไปไหนเช่นนี้
รออยู่หลายวันพวกเขาก็ยังไม่ออกมา คนของสำนักใหญ่เหล่านี้ก็ยิ่