งรู้สึกว่าต้องเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับพวกผู้อาวุโสสูงสุดเป็นแน่ นี่เป็นโอกาสอันดีอย่างแน่นอน
ในที่สุดก็ได้เห็นว่ามีคนออกมาแล้ว ผู้ที่เดินอยู่ด้านหน้านั้นเป็นหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีที่พวกเขาไม่รู้จัก แต่ทว่านายน้อยเซียวนั้นพวกเขาก็ยังรู้จักอยู่
ที่ด้านหลังนายน้อยเซียวนั้นกลับลากตัวสี่ชายหนึ่งหญิง หญิงสาวผู้นั้นทั้งใบหน้าเปลี่ยนไปเป็นดั่งผีร้ายก็มิปาน พวกเขาไม่สามารถจำได้
แต่คนหนุ่มทั้งสี่เหล่านั้นที่สีหน้าดูหดหู่มิใช่ว่าเป็นสี่นายน้อยจากทั้งเจ็ดแห่งตำหนักเป่ยหานหรือ?
รึว่านายน้อยเซียวใช้แผนการเล่ห์เหลี่ยมอะไรทำให้คนของตำหนักเป่ยหานตายไปทั้งหมด และยังจับเชลยได้มากมายเช่นนี้อีก
พวกฝีมือยอดเยี่ยมของตำหนักเป่ยหานรับมือกับพวกเขาไม่ได้ แต่กับเซียวเหยาเพียงผู้เดียวนี้พวกเขาร่วมมือกันก็คงสามารถที่จะรับมือได้ เช่นนั้นแล้วคนเหล่านี้จึงได้กระโดดออกมา และได้ล้อมมู่เฉียนซีกับเซียวเหยาเอาไว้
ผู้ชราหนึ่งในนั้นยิ้มแล้วกล่าว “ฮ่า ๆ ๆ นายน้อยเซียว ช่างบังเอิญเสียจริงพวกเราเจอกันอีกแล้ว คาดว่านายน้อยเซียวคงได้มาอยู่ไม่น้อยกระมัง”
เซียวเหยายิ้มเยาะพลางกล่าว “ได้มาไม่น้อยอยู่ พวกเจ้าคิดจะทำอะไร?”
“เกรงว่านายน้อยเซียวก็คงคาดไม่ถึงว่าพวกเราจะทำดั่งเช่นสำนวนที่ว่าตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นรอโฉบอยู่ด้านหลังกระมัง ส่งสมบัติมีค่าที่ได้มาออกมาให้หมด แล้วพวกเราจะไว้ชีวิตเจ้า”
ในตอนนี้เอง ดวงตาของอวี้ปิงชิงได้สาดประกายอ