ซีเองก็สบายใจยิ่งนัก
ต่อจากนี้ก็ต้องคิดหาวิธีจับตัวเจ้าจิ้งจอกเฒ่านั่น
โลกทั้งสี่ทิศกว้างใหญ่ถึงเพียงนั้น หากคิดที่จะหาเจ้าจิ้งจอกเฒ่านั่นให้พบก็มิใช่เรื่องที่ง่ายดายเรื่องหนึ่ง
และเมื่อรู้ว่ามู่เฉียนซีมาเยือน เซียวเหยาก็ได้นำตัวทั้งห้าคนนั้นมาด้วย เขากล่าว “นายท่าน ไม่ทราบว่าเจ้าพวกนี้ยังมีประโยชน์อยู่หรือไม่?”
เมื่อกล่าวจบ เขาก็จ้องมองไปที่สตรีในอาภรณ์สีม่วงที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างนิ่งงัน
เมื่อได้เห็นคนผู้นี้ การใช้คำพูดของเขาก็อับจนไปในทันที ราวกับว่าไม่มีคำพูดใดที่จะสามารถบรรยายถึงความงดงามของสตรีผู้ที่อยู่ตรงหน้านี้ได้
เซียวเหยากล่าวอย่างตกตะลึง “เจ้าคือผู้ท่านรึ?”
มู่เฉียนซีกล่าวถาม “มิเช่นนั้นเล่า! เจ้าคิดว่าจะเป็นใคร?”
“นายท่านเปลี่ยนเป็นอาภรณ์ของสตรีแล้ว ช่างงดงามเสียจริง!”
ใจของเซียวเหยานั้นเต้นตุบตับ เขารู้ว่าผู้เป็นนายนั้นเป็นสตรีผู้หนึ่ง แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเมื่อเปลี่ยนเป็นสวมใส่อาภรณ์ของสตรีเพศแล้วก็จะหวนกลับไปมีรูปลักษณ์ที่งดงามอันทำให้ผู้คนตกตะลึงเช่นนี้
มู่เฉียนซีเหลือบมองไปยังคนเหล่านั้นที่เขานำตัวมา นางถามขึ้น “เป็นพวกเขา?”
อวี้ปิงชิง นายน้อยใหญ่และพวกต่างก็ตะลึงค้าง “เจ้า…เจ้าคือมู่หรงเฉียนเยี่ย…”
“มู่หรงเฉียนเยี่ย เจ้าเป็นผู้หญิง”
อวี้ปิงชิงจ้องมองใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของมู่เฉียนซีแล้วก็นึกถึงใบหน้าที่อัปลักษณ์เสียจนไม่เข้าตาของตนเอง นางแทบอดไม่ได้ที่อยากจะฉีกมู่เ