หลังจากที่ฤทธิ์ของผลนั้นหมดลง มู่เฉียนซีก็เหน็ดเหนื่อยจนหมดเรี่ยวแรงแล้ว
ก่อนหน้านี้บอกว่าจะกินจิ่วเยี่ยให้ได้ แต่ตอนนี้ตัวเองกลับมาเป็นฝ่ายถูกกินไปซะเอง!
ดวงวิญญาณของมู่เฉียนซีเข้าสู่การหลับใหล ดวงวิญญาณได้รับความพึงพอใจแล้ว ร่างกายก็น่าจะดีขึ้นแล้วกระมัง!
เห็นได้ชัดว่ามู่เฉียนซีนั้นคิดในแง่ดีเกินไป!
แม้ว่าดวงวิญญาณจะหลับใหล แต่ฤทธิ์ยาในร่างของนางก็ยังคงมีอยู่ ร่างกายเกือบจะไปพัวพันกับจิ่วเยี่ยโดยสัญชาตญาณ ทำให้จิ่วเยี่ยที่ตื่นขึ้นมาเกือบจะต้องการนางอีกครั้งแล้ว
ไม่นานนักเขาก็ได้สติ และร่างที่กำลังจะพัวพันเขาอยู่ตรงหน้าก็คือร่างของซี
แต่ร่างกายของเขามีคำสาปที่ชั่วร้ายที่สุดอยู่
โชคดีที่จื่อโยวได้ทำการบ้านให้ฝ่าบาทตัวเองมาเป็นอย่างดี ดังนั้นสถานการณ์เช่นนี้ จิ่วเยี่ยจึงสามารถใช้วิธีอื่นกำจัดฤทธิ์ยานั้นให้มู่เฉียนซีได้
มู่เฉียนซีหลับสบายมาก แต่จิ่วเยี่ยกลับอนาถมาก!
เดิมทีแค่คำสาปนี้ก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว นี่ต้องมาต้านทานการยั่วยวนบ้า ๆ นี่ของมู่เฉียนซีอีก มันไม่ใช่สิ่งที่ใครจะทนได้เลย
แต่เมื่อได้เห็นนางไม่ต้องเจ็บปวดทรมานอีก ความเจ็บที่เขาได้รับมาทั้งหมดนั้น มันก็นับว่าคุ้มค่าที่จะต้องแลก
มู่เฉียนซีนอนหลับอย่างสบายไปครู่ใหญ่ และทันทีที่นางลืมตาตื่นขึ้นมาก็ได้เห็นดวงตาอันขุ่นมัวที่น่าตกใจของจิ่วเยี่ย
จิ่วเยี่ยกอดนางเอาไว้และกล่าวว่า “อย่าขยับ ฤทธิ์ยาคงเหลืออยู่ไม่มากแล้ว”
มู่เฉียนซีก