็รู้ดีว่าจิ่วเยี่ยเองคงอดทนมาถึงที่สุดแล้ว ไม่รู้ว่าเขากินยาหัวใจโพธิ์ไปมากเท่าไหร่แล้ว
นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้งว่า “ข้าดีขึ้นมากแล้วล่ะ พาข้าไปที่สระเย็นเถอะ ข้าจัดการเองได้”
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของจิ่วเยี่ยแล้ว นางจะโกรธการกระทำอันวู่วามของเขาหลังจากใช้ผลฝันในฤดูใบไม้ผลิได้อย่างไรกันเล่า
“อืม!”
ถึงแม้ว่ายังอยากจะใกล้ชิดต่อ แต่จิ่วเยี่ยก็รู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ทุกอย่างมันจะเสียการควบคุม
หลังจากที่มู่เฉียนซีปรุงยาเสร็จ นางก็กล่าวกับจิ่วเยี่ยว่า “เจ้าก็ลงไปแช่ด้วย!”
ดวงตาของจิ่วเยี่ยเผยความอันตรายออกมา “เจ้าแน่ใจเหรอว่าจะให้ข้าลงไป?”
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าว “แน่ใจ แต่ตอนนี้ข้าดีขึ้นและมีสติมากขึ้นแล้ว องค์ชายจิ่วเยี่ย หากเจ้ากล้าลงมือกระทำอย่างผลีผลามอีกละก็ ข้าก็กล้าที่จะทำให้เจ้ากลายเป็นคนไร้ประโยชน์…”
ในขณะที่มู่เฉียนซีกล่าวอยู่นั้น ริมฝีปากของจิ่วเยี่ยก็ยื่นมาสัมผัสกับใบหูนางแล้ว “ซีจะถีบหัวส่งข้า!”
“ข้าจะถีบหัวส่งแล้วเจ้าจะทำไม เจ้าฉวยโอกาสในตอนที่สถานการณ์คับขัน เจ้าก็ไม่ได้ดีไปกว่าข้าหรอกนักหรอก”
เมื่อนึกถึงตอนที่ดวงวิญญาณของทั้งสองพัลวันกันอย่างไม่ยอมอ่อนข้อในห้วงแห่งความฝันนั้น ถึงแม้ว่าร่างกายจะไม่ได้สัมผัสกัน แต่ทันทีที่นึกถึงความรู้สึกนั้นนางก็รู้สึก…
มู่เฉียนซีหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ต้องรู้เอาไว้เลยว่าดวงวิญญาณนั้นมีความรู้สึกไวกว่าร่างกายมาก จะทน