ได้อย่างไรกันเล่า…
จิตใจของมู่เฉียนซีไม่อาจสงบลงได้อีกต่อไป ครั้นแล้วนางจึงกระโดดลงไปในสระเย็น
“หากเจ้าอยากดันทุรังฝืนตัวเองไม่ลงมาก็แล้วแต่เจ้า”
ไม่นานนัก จิ่วเยี่ยก็ย่างเท้าเดินลงไป และกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมอก
“ในเมื่อซีอยากให้ข้าลงมา ข้าก็ต้องลงอยู่แล้ว”
ยาที่มู่เฉียนซีปรุงออกมานั้นได้ผลดีมาก ถึงแม้ว่าความกระสับกระส่ายของร่างนั้นจะถูกยับยั้งเอาไว้ได้แล้ว แต่หัวใจสองดวงของทั้งสองก็ยังคงเต้นแรง ตึก ตึก อยู่ดี
ณ วินาทีนี้ดูเหมือนว่าจะนิ่งและสงบลง!
ทั้งสองจ้องมองตากันครู่หนึ่ง จิ่วเยี่ยยื่นหน้าเข้าไปจูบริมฝีปากของมู่เฉียนซี ทั้งสองพัวพันกันอีกครั้ง พัลวันกันอย่างไรก็ไม่เพียงพอ
ขยี้จูบกันอย่างเร่าร้อนจนแทบจะหายใจไม่ออก จนกระทั่งจิ่วเยี่ยพบว่ามู่เฉียนซีได้ผล็อยหลับไปแล้ว
อันที่จริงแล้วคือมู่เฉียนซีเหนื่อยมาก และจิ่วเยี่ยเองก็พยายามคิดหาวิธีอยู่นานกว่าจะได้ผลลัพธ์นี้
สองแขนของจิ่วเยี่ยกักขังร่างของมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมกอดแน่น จากนั้นเขาก็หลับไปเช่นกัน
บรรยากาศรอบบริเวณเงียบสงบเป็นอย่างมาก และทั่วทั้งเหวพิษของตระกูลเซียวก็เงียบสงบราวกับป่าช้า
มู่เฉียนซีก็ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหนแล้ว แต่เมื่อนางตื่นลืมตาขึ้นมา อัสดงก็ได้ลาลับเส้นขอบฟ้าไปแล้ว
มู่เฉียนซีมองดูคนที่กอดร่างของนางเอาไว้แน่น จิ่วเยี่ยที่กำลังหลับอยู่ช่างน่าปกป้องยิ่งนัก อยู่กับมู่เฉียนซี เขาไม่เตรียมป้องกันตัวแต่อย่าง