ผุดผ่องรูปนี้นี่แหละที่สงบที่สุดแล้ว
สามวันผ่านไป…
สามวันแล้วนายท่านยังไม่กลับมาอีก นายท่านช่างกล้าหาญเกินไปแล้ว!
คาดว่าชายผู้นั้นคงจะหมดแรงจนเดินไม่ไหวแล้วเป็นแน่!
ในขณะเดียวกัน มู่เฉียนซีที่กำลังแอบจูบจิ่วเยี่ย ความจริงจิ่วเยี่ยตื่นแล้ว แต่เขาแค่ยังปิดตาอยู่ก็เท่านั้นเอง
เขาขยับเข้าใกล้นาง สูดดมกลิ่นอายบนเรือนร่างของนางอย่างตะกละตะกลาม ซึ่งมันทำให้เขาหลงใหลเป็นอย่างยิ่ง
มู่เฉียนซีจับเส้นชีพจรของจิ่วเยี่ย นางพึมพำว่า “ครั้งนี้นับว่าดี ไม่ได้ทำให้ร่างแบกรับอะไรหนัก ๆ คำสาปก็ไม่ได้กำเริบออกมา”
มู่เฉียนซีก็นึกไม่ถึงว่าหลังจากกล่าวจบ เมื่อหันกลับมาก็เห็นดวงตาสีฟ้าอันเย็นยะเยือกคู่นั้นแล้ว
จิ่วเยี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งว่า “ในเมื่อข้าไม่เป็นไร งั้นก็…”
จิ่วเยี่ยยื่นหน้าเข้าใกล้มู่เฉียนซี นางจึงเอ่ยขัดขึ้นมาทันใด “เจ้าไม่เป็นไร แต่ข้าเป็น!”
“เห็น ๆ กันอยู่ว่าซีทวงหนี้เกินไป ตกลงไม่คิดจะคืนเหรอ?”
สีหน้าของมู่เฉียนซีดำคล้ำขึ้นแล้ว เอาอีกแล้ว เอาอีกแล้ว!
นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าหมอนี่ยังจะคิดบัญชีกับนางอีก “เห็น ๆ กันอยู่ว่าคนที่ทำเกินไปคือเจ้า!”
“แต่ซีเป็นคนเริ่มก่อนนะ!”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีไว้แน่น “ซีไม่ต้องอาย!” กล่าวจบก็ก้มลงไปจูบนางอีกครั้ง แม้ว่าสระเย็นนี้จะเย็นยะเยือกเป็นอย่างมาก แต่มันก็ไม่สามารถต้านทานความรักอันร้อนแรงของจิ่วเยี่ยได้
.
.