” เซียวเหยาหมดคำพูดจริง ๆ
เขาบ่นพึมพำเสียงเบาว่า “หัวหน้าตำหนักเป่ยหาน ช่างน่าเบื่อเสียจริงเลย”
ในเมื่อเขาอยากจะยืนลำบากอยู่ตรงนี้ก็ปล่อยเขาไปก็แล้วกัน!
อันที่จริงแล้ว ผู้ที่เฝ้าอยู่ตรงนี้ไม่ใช่แค่กู้ไป๋อีเท่านั้น แต่ยังมีชิงอิ่งด้วย
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะไม่ได้สั่งให้เขาเฝ้าอยู่ที่นี่ ในฐานะที่เป็นหุ่นเชิด ตามสัญชาตญาณควรจะเฝ้าอยู่ไม่ห่างกายเจ้านาย แต่…
เมื่อเห็นนางกับจิ่วเยี่ยสนิทสนมกันถึงเพียงนั้น ในใจของเขาก็มีเพียงความคิดเดียวนั่นก็คือหนีไปให้ไกล จะได้ไม่เห็นอะไรเลย นั่นเป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว
เขาเป็นเพียงหุ่นเชิด แต่เป็นหุ่นเชิดที่มีหัวใจ เมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจเช่นนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดจนยากที่จะยอมรับได้
ต่อให้เป็นการโจมตีที่แข็งแกร่งมากเพียงใดกระทบลงบนร่างของเขา มันก็ไม่อาจเทียบกับความเจ็บปวดนั้นได้เลย
ไม่อาจอยู่ข้างกายนางได้ ไม่กล้าอยู่ข้างกายนาง ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะมาเฝ้าญาติสนิทคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนางเช่นนี้
“นี่เป็นของของตระกูลเซียวเหรอ?” เซียวเหยาเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่งและพบว่าห้องที่แพรวพราวไปด้วยเสน่ห์มาโดยตลอดของตระกูลนี้ถูกปรับแต่งให้เป็นห้องพระห้องหนึ่งเสียแล้ว
ห้องพระที่ส่องแสงอันศักดิ์สิทธิ์ออกมา!
อินรั่วเฉินคุกเข่าอยู่บนอาสนะทรงกลมกำลังร่ายบทสวดมนต์ ราวกับว่าเขาไม่สนใจทุกสิ่งอย่างที่อยู่บริเวณโดยรอบก็มิปาน
เซียวเหยาพึมพำ ดูท่านอกจากเขาแล้วก็มีพระผู้บริสุทธิ์