ดวงตาอันเย็นยะเยือกคู่นั้นแผ่ซ่านความหนาวเหน็บออกมา จิ่วเยี่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าให้เจ้าพูดเหรอ?”
ในขณะที่พูดนั้นกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวก็ได้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งเหวพิษตระกูลเซียว
เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของเซียวเหยา ชายผู้นี้ดูเหมือนจะสามารถทำลายล้างทุกคนได้ภายในความคิดเดียวก็มิปาน
เคยได้ยินมาว่าสตรีที่หึงหวงมักจะน่ากลัว นึกไม่ถึงเลยว่าบุรุษที่หึงหวงจะน่ากลัวยิ่งกว่า!
ทว่า ดวงตาของกู้ไป๋อียังคงมองดูมู่เฉียนซีอยู่ และไร้ซึ่งท่าทีที่จะถอยไป
จิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมานี้ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของมู่เฉียนซีลดต่ำลงเล็กน้อย
มู่เฉียนซีได้สติกลับมา นางกล่าว “อู๋ตี้ เสี่ยวหง เซียวเหยา เสี่ยวไป๋ ช่วยข้าดูอารองไว้ให้ดี ข้าจะจัดการกับปัญหาบ้านี่”
มู่เฉียนซีดึงจิ่วเยี่ยพลางกล่าวว่า “ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว จิ่วเยี่ย เจ้ายังมัวแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนี้ทำไมกันล่ะ?”
จิ่วเยี่ยก้มหน้ามองมู่เฉียนซี เขาพยักหน้าลงเล็กน้อย จากนั้นทั้งสองก็ได้อันตรธานหายไปต่อหน้าพวกเขา
กู้ไป๋อียืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิม หากจิ่วเยี่ยดึงดันกระทำตามใจตัวเองโดยพลการขึ้นแล้วละก็ เขาก็คงจะเข้าไปขวางโดยที่ไม่คำนึงถึงสิ่งใดเลย
แต่นี่เป็นการเลือกของซีเอ๋อร์ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปขวางได้เลย
กู้ไป๋อีกล่าว “เซียวเหยา หาที่ที่สงบให้องครักษ์ฝ่ายซ้ายพักผ่อนเถอะ”
ตอนนี้ เขาเลือกที่จะลืมภาพเหตุการณ์อันทิ่มแทงใจที่ได้เห็นในเมื่อครู่ หันทำเรื่องที