ยวเท่านั้น แต่ยังฉีกกระชากต่อไปอีก…
เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาวุ่นวายกับการที่มู่เฉียนซีฉีกกระชากเสื้อผ้าอาภรณ์ส่วนบนนั้น จิ่วเยี่ยก็ได้ทำให้ทันหายไปราวกับมีเวทมนตร์
มือของมู่เฉียนซีแนบผิวหนังแล้วกล่าว “เย็นนัก สบายนัก”
จากนั้นมู่เฉียนซีก็ได้เอามือลูบไล้ขึ้นลง
แต่ทว่าในเบื้องลึกของใจนั้นก็กลับยิ่งไม่ค่อยพอใจมากขึ้นไปเรื่อย มู่เฉียนซีแทบอดไม่ได้ที่จะเอาทั้งตัวไปแนบกับจิ่วเยี่ย
ทั้งสองพัวพันกันอยู่เช่นนี้มากขึ้น ๆ เซียวเหยานั้นพบเห็นมามากและรู้สึกชินชาเป็นปกติธรรมดา
อินรั่วเฉินพึมพำขึ้น “ไม่มองความชั่วร้าย ไม่มองความชั่วร้าย” และหันหน้าหนีไป
ทั้งตัวของกู้ไป๋อีนั้นราวกับน้ำแข็งแกะสลัก ในใจนั้นมีความเดือดดาลอย่างล้นพ้นและอยากที่จะฆ่าคนผู้อยู่ตรงหน้านี้ให้ตายไปภายในกระบี่เดียว
ถึงแม้ว่าในตอนนี้ซีเอ๋อร์จะไร้สติ แต่เขาก็สามารถทำให้ซีเอ๋อร์เข้าใกล้ชิดโดยไร้ซึ่งการป้องกันเช่นนี้ได้ มันก็ยังคงทำให้ใจของเขาเจ็บราวกับถูกเพลิงเผาอยู่ดี
กู้ไป๋อีกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ราชาจิ่วเยี่ย ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะฉวยโอกาส รีบพาซีเอ๋อร์ไปสระหานซินเพื่อถอนฤทธิ์ยาเสน่ห์เถอะ”
.