ับตัวนางเองแล้วละก็ ไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาจะทำเรื่องอะไรออกมาบ้าง
จิ่วเยี่ยเดินเข้าไปกล่าวที่ข้างกายของมู่เฟิงหลิงแล้วถามขึ้น “ต้องทำเช่นไร?”
มู่เฉียนซีกล่าวตอบ “นำโลหิตของเจ้าหยดลงบนหน้าอกตรงหัวใจของอารอง ผนึกคำสาปของเขาอยู่ตรงที่หัวใจ”
รอยคำสาปสีดำในตอนนี้กำลังจะกลืนกินมู่เฟิงหลิงเสียจนทำให้ไม่สามารถมองสภาพร่างกายเดิมของเขาออกได้แล้ว
มู่เฉียนซีเป็นกังวลอย่างที่สุด อารองจะต้องอดทนเข้าไว้!
นิ้วของจิ่วเยี่ยถูกกรีดออก โลหิตหยดเล็ก ๆ หยดลงบนหน้าอกของมู่เฟิงหลิง
ทันใดนั้นรอยคำสาปบนร่างของมู่เฟิงหลิงก็ราวกับพบเจอน้ำหลากที่รุนแรงรึไม่ก็สัตว์ป่าดุร้ายกระหายเลือด มันได้หดหายไปในพริบตา
ผลลัพธ์เช่นนี้มิใช่อะไรที่อินรั่วเฉินจะสามารถมาเทียบเทียมได้อย่างแน่นอน
อินรั่วเฉินมองไปทางจิ่วเยี่ย บุรุษผู้นี้ มืดมนที่สุด! เลวร้ายที่สุด! น่าขยะแขยงที่สุด!
มู่เฉียนซีเองก็ประหลาดใจอยู่บ้างที่โลหิตของจิ่วเยี่ยนั้นได้ผลดีขนาดนี้ เพียงแค่น้อยนิดก็สามารถจัดการเรื่องทั้งหมดไปได้ในทันที
โลหิตหยดที่สอง หยดที่สามหยดลงไป บนร่างของมู่เฟิงหลิงก็มิได้มีร่องรอยพลังของคำสาปเหลืออยู่อีกแล้ว
“สำเร็จแล้ว!” ใบหน้าของมู่เฉียนซีสาดแววแห่งความยินดีออกมา
นิรันดร์เอ่ยขึ้น “เจ้านายตัวน้อย เจ้าจงอย่าได้ดีใจไวไปนัก! แม้ความแข็งแกร่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเจ้าตัวประหลาดตัวน้อยนี้จะทำให้พลังของคำสาปไม่กล้าออกมากำเริบ แต่ว่าเขายังหลับใหลเช่นนี