็พอแล้ว เจ้ากับมู่เฟิงหลิง มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะรอด!”
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “หยุดเดี๋ยวนี้นะ! นี่เจ้าหมายความว่าเจ้าต้องการให้ข้าตายใช่หรือไม่?”
ผู้อาวุโสสูงสุดยิ้มพลางกล่าว “ไม่ ๆ ๆ! ข้าคิดว่า เจ้า ในฐานะที่เป็นบุตรสาวของมู่เฟิงอวิ๋น มีค่ากว่าน้องรองของมู่เฟิงอวิ๋นมาก เจ้าเลือกที่จะให้ตัวเองรอดได้”
มู่เฉียนซีดึงกระบี่มังกรเพลิงกลับมา นัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นแผดเผาลุกเป็นไฟด้วยโทสะ
“เจ้าคิดว่าหากข้าเลือกให้ตัวเองรอดโดยไม่สนใจอารอง ตาเฒ่าอย่างเจ้ายังจะยืนสบายใจอยู่ตรงนี้ได้อีกอย่างนั้นเหรอ?”
“องค์หญิงน้อยแห่งตระกูลมู่ ช่างมีความชอบธรรมอย่างหนักแน่นจริง ๆ ในเมื่อเจ้าเลือกที่จะตาย ข้าก็จะสนองให้!”
ผู้อาวุโสสูงสุดเข้าไปใกล้มู่เฉียนซี สีหน้าของชิงอิ่งกับเซียวเหยาพลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
“เฉียน!”
“นายท่าน!”
มู่เฟิงหลิงก็ตะโกนขึ้นอย่างอ่อนแรงว่า “ซีเอ๋อร์ ไม่ต้องสนใจข้า!”
เผชิญหน้ากับคนที่เป็นห่วงซึ่งกันและกันสองคนนี้ ผู้อาวุโสสูงสุดรู้สึกครึ้มใจมาก!
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ถอยไป!”
ชิงอิ่งกล่าวกับเซียวเหยาว่า “นี่เป็นคำสั่ง!”
ชิงอิ่งกำหมัดแน่น หัวใจดวงนั้นราวกับถูกแช่แข็งไปแล้วก็มิปาน
มือข้างหนึ่งของผู้อาวุโสสูงสุดจับกระบี่มังกรเพลิงเอาไว้ เขาสัมผัสได้ถึงพลังของกระบี่มังกรเพลิงและกล่าวว่า “ฮ่า ๆ ๆ! กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ในที่สุดกระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ก็ตกเป็นขอ