ากับหลิงมีความสัมพันธ์ใดต่อกัน”
ผู้อาวุโสสูงสุดไม่ได้รีบรับกระบี่ในมือมู่เฉียนซีไป แต่ทันใดนั้นดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาก็ดำสนิทขึ้น
อักขระสาปผุดขึ้นที่หน้าผากของเขา รูม่านตาของมู่เฉียนซีหดตัวลงทันทีพลางกล่าว “นี่เจ้าจะทำอะไร?”
อ๊า! ผู้อาวุโสสูงสุดไม่ตอบนาง แต่ในตอนนี้สองมือของหลิงได้ยกไปกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้ด้วยความเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก
ราวกับว่าสมองของเขาถูกบางอย่างดูดออกไปก็มิปาน มู่เฉียนซีจับอารองของนางเอาไว้แน่นพลางกล่าว “อารอง อดทนเอาไว้!”
ความเจ็บปวดทรมานดำเนินต่อไปช่วงหนึ่ง จู่ ๆ ผู้อาวุโสสูงสุดก็หัวเราะเสียงดังลั่นขึ้น
“สายเลือดของตระกูลเจ้า ช่างหากได้ยากยิ่งนัก มู่เฟิงหลิงที่ถูกข้าใช้สิ่งต้องห้ามควบคุมเขาเอาไว้ ข้าล้างสมองของเขาไปแล้ว แต่นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมารู้จักกับเจ้าได้”
“ที่ข้าเก็บมู่เฟิงหลิงเอาไว้ก็เพื่อเป็นเหยื่อล่อ แทนที่จะจับปลาใหญ่อย่างมู่เฟิงอวิ๋นได้ แต่กลับมาจับเอาปลาเล็กได้ซะงั้น บุตรสาวอันเป็นที่รักของมู่เฟิงอวิ๋น เหอะ ๆ ๆ…”
คำพูดของผู้อาวุโสสูงสุดได้ยืนยันตัวตนที่แท้จริงของหลิงแล้ว!
มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ตาเฒ่า เจ้าจะเอายังไงกันแน่ถึงจะยอมปล่อยตัวอารองของข้า อย่ามัวแต่พูดจาไร้สาระอยู่เลย”
นางไม่อยากเห็นอารองต้องเจ็บปวดทรมานอีกต่อไปแล้ว
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “กระบี่ศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ข้าเอา! แต่ข้าอยากได้เหยื่อล่อสักคน เหยื่อล่อเพียงแค่คนเดียวก