ไฟในร่างของเขากำลังท่วมท้นราวกับไฟลามทุ่ง กู้ไป๋อีนึกถึงยาลูกกลอนที่มู่เฉียนซีให้ไว้ เขารีบกินมันลงไปทันที และในที่สุดก็สามารถควบคุมตัวเองได้
กู้ไป๋อีมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาพลางกล่าว “ไสหัวไปให้พ้น!”
อวี้ปิงชิงตกใจผงะไป นางนึกไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว กู้ไป๋อียังสามารถคงความเย็นชาเอาไว้ได้
“ท่านหัวหน้าตำหนัก…”
อวี้ปิงชิงรีบตามไป ในตอนนี้กลิ่นอายอันคุ้นเคยนั้นทำให้นางไม่กล้าเข้าไปใกล้กู้ไป๋อีแล้ว
ตูม!
สวนดอกทิวลิปขาวบริสุทธิ์แห่งนี้ดูเหมือนจะถูกขังอยู่ในวงกลมหนึ่งก็มิปาน กลิ่นอายกระบี่ของกู้ไป๋อีก็ไม่สามารถทำลายที่นี่เพื่อออกไปได้
เขาขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย ที่นี่ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก! ไม่รู้ว่าตอนนี้ซีเอ๋อร์จะเป็นยังไงบ้างแล้ว
กลิ่นอายของกู้ไป๋อีนั้นอันตรายมาก ไม่ว่าอวี้ปิงชิงคิดอยากจะเข้าใกล้กู้ไป๋อีมากเท่าไหร่ ตอนนี้นางก็ทำได้เพียงแค่มองเขาอยู่ไกล ๆ เท่านั้น
นางกำหมัดแน่นจนฝ่ามือเกิดรอยเลือด แต่นางจำเป็นต้องอดทน!
ตราบใดที่นางอดทนได้ รอให้หัวหน้าตำหนักเป็นฝ่ายอดทนไม่ไหวแล้ว นางก็จะเป็นฝ่ายชนะ!
จนสุดท้ายคนที่พ่ายแพ้นั้นก็คือตัวของอวี้ปิงชิงเอง นางทนไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“ท่านหัวหน้าตำหนัก…” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
กระบี่เฉียนหานพุ่งออกไปอย่างเย็นชา อวี้ปิงชิงรีบหลบหลีก ชั่วครู่หนึ่งเลือดสีแดงสดก็ไหลย้อมชุดกระโปรงสีขาวราวหิมะนั้นของนาง
“หากท่านฆ่าข้า…” อวี้ปิงชิงมอ