จ้าสี่คนยังเป็นผู้ชายอยู่หรือเปล่า! ช่างขี้ขลาดเสียจริง!” น้ำเสียงอันชั่วร้ายเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นในหัวของพวกเขา
พวกเขาตกใจผงะไป “ใคร?”
“ชู่ว! ไม่ต้องพูดออกไป! ใช้พลังจิตสื่อสารกับข้าก็พอ!”
“เจ้าเป็นใครกันแน่?”
“ข้าเป็นใครมันไม่สำคัญ สิ่งสำคัญก็คือ ข้าสามารถช่วยพวกเจ้าเอาชนะชายผู้นี้ได้! ข้าเกลียดนักชายที่วางมาดขรึมเช่นนี้ หญิงสาวผู้งดงามเสนอตัวให้ถึงที่เช่นนี้แล้วยังปฏิเสธ เปลืองแรงข้าจริง ๆ!”
“แต่เช่นนี้มันก็ดีเหมือนกัน ฮี่ ๆ ๆ!”
นายน้อยใหญ่และพวกกล่าวด้วยความสงสัยว่า “เจ้าช่วยพวกข้าเอาชนะท่านหัวหน้าตำหนักได้จริง ๆ เหรอ?”
“ได้แน่นอน หากเจ้าไม่เชื่อข้า ก็รอดูหญิงสาวผู้นั้นตายไปก็แล้วกัน และคาดว่าพวกเจ้าเองก็ไม่อาจมีชีวิตรอดด้วยเหมือนกัน”
นายน้อยใหญ่และพวกรู้สึกว่าที่เขาพูดมานั้นก็ถูก พวกเขาสี่คนมองตากันครู่หนึ่ง จากนั้นก็ได้ตัดสินใจแล้ว!
ลงมือ!
หากสามารถเอาชนะท่านหัวหน้าตำหนักได้ มันต้องเป็นความสำเร็จที่น่าเหลือเชื่อมากแน่นอน
กู้ไป๋อีเองก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าสี่คนนี้จะกล้าลงมือต่อสู้กับเขา พวกเขาแยกกันออกเป็นสี่จุดสี่ตำแหน่งและโจมตีไปที่กู้ไป๋อี
กระบี่เฉียนหานของกู้ไป๋อีออกจากฝัก เตรียมจะกำจัดพวกรนหาที่ตายทั้งสี่คนนี้ไปในคราเดียว แต่ในขณะที่จะลงมือนั้น จู่ ๆ เขาก็เห็นร่างอันคุ้นเคยร่างหนึ่งเดินเข้ามาหา
พลันนั้นในสายตาของเขาก็ไม่เห็นคนทั้งสี่นั้นอีกแล้ว กู้ไป