ไปได้ถึงเก้าในสิบส่วนว่าหัวหน้าวังอวิ๋นอาจไม่รอด แต่ต่อให้มีเหลือเพียงแค่หนึ่งส่วน ตัวตนของนางก็มีโอกาสที่จะถูกเปิดเผยได้
“ต้องรีบหาเจ้าหม้อบ้านั่นให้เจอโดยเร็วที่สุด ถึงจะยืนยันได้ว่าเจ้าหัวหน้าวังอวิ๋นนั่นตายแล้วจริง ๆ”
“ประมุขน้อยเฉียนเยี่ย ประมุขน้อยเฉียนเยี่ย…”
ในตอนนี้อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง สติสัมปชัญญะของนางเลอะเลือนไปเล็กน้อย ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้ยินถึงตัวตนที่แท้จริงของมู่เฉียนซี
แต่ถึงกระนั้น มู่เฉียนซีก็ไม่อยากให้เกิดข้อบกพร่องใด ๆ ที่จะทำให้เกิดปัญหาตามมาทีหลังอยู่ดี
มู่เฉียนซีเดินมาข้าง ๆ อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ เตรียมที่จะฆ่าปิดปาก!
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์เห็นประมุขน้อยเฉียนเยี่ยที่ตนหมายตาเดินเข้ามาหาก็รู้สึกตื่นเต้นมาก “ประมุขน้อยเฉียนเยี่ย ในที่สุดก็สนใจข้าแล้ว ข้า…”
ในตอนนี้เอง ร่างในชุดสีชมพูร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้น และเหยียบร่างของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์เข้าเต็มแรง!
แกร่ก! สันหลังอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ถูกเหยียบลง
อ๊า! อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์กรีดร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด
เซียวเหยามองไปที่มู่เฉียนซีและกล่าวว่า “นายท่าน ไม่เป็นอะไรใช่ไหม! ข้าน้อยมาช้าไปแล้ว”
มู่เฉียนซีกล่าว “นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะตามหาข้าเจอได้”
“นี่เป็นอาณาเขตของตระกูลเซียวของข้า ข้าน้อยค่อนข้างคุ้นเคย หญิงผู้นี้สติเลอะเลือนไปแล้ว นายท่านจะช่วยนางเหรอ?”
ในขณะที่กล่าวนั้นเขาก็ออกแรงเท้าเหยียบร่างของอวิ๋นเหลียน