“เจ้าบ้านิรันดร์ สร้างยาบ้าอะไรออกมา คอยดูนะข้าจะฟ้องครอบครัวของเจ้า!”
หลุนหุยกล่าว “นายท่าน ฝ่าบาทเป็นมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์เทพ ไม่มีครอบครัวหรือญาติพี่น้อง แต่หากพูดถึงครอบครัว ก็เกรงว่าคงจะมีเพียงแค่นายท่านเท่านั้นแล้วที่เป็นครอบครัวของฝ่าบาท”
สีหน้าของมู่เฉียนซียิ่งดำคล้ำมากขึ้น “เจ้าไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเจ้าเป็นใบ้นะ!”
“ฮือ ๆ ๆ! ข้าไม่พูดแล้ว ข้าไม่พูดแล้ว…”
ชิงมู่กล่าวอย่างเข้าอกเข้าใจว่า “นายท่าน นายท่านมียาหัวใจโพธิ์ กินเข้าไปแล้วก็น่าจะไม่เป็นอะไร”
หลุนหุยอดที่จะเอ่ยปากพูดไม่ได้ “มันก็ไม่แน่นะ เสี่ยวหยางหยางหลับใหลไปนานมากเช่นนั้น ตื่นขึ้นมาจะต้องเล่นใหญ่แน่นอน พิษที่แผ่ซ่านในอาณาจักรหยินและหยาง บางทีก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะเพิ่มปริมาณขึ้น”
เส้นเลือดผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของมู่เฉียนซี “ชิงมู่ ที่หลุยหุยพูดมันจริงเหรอ?”
อันที่จริงชิงมู่เองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน “มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ นายท่านยังสามารถยับยั้งได้อยู่”
หัวหน้าวังอวิ๋นเองเมื่อเห็นสีหน้าของประมุขน้อยเฉียนเยี่ยแดงก่ำขึ้นแล้ว เขายิ้มและกล่าวว่า “ประมุขน้อยเฉียนเยี่ย ดูท่าเจ้าก็โดนพิษเข้าแล้วเช่นกัน ถ้าอย่างนั้นจะมัวแต่ฝืนใจอยู่ทำไมล่ะ ช่วยเหลือซึ่งกันและกันจะดีกว่านะ!”
“ในกลุ่มมีหญิงสาวอยู่เพียงสองคนเท่านั้น นั่นก็คือบุตรสาวของข้ากับคุณหนูอวี้ ตอนนี้ไม่รู้ว่าคุณหนูอวี้อยู่ที่ไหน เจ้าเลือกได้แค่บุตรสาวของข้