าคนเดียวเท่านั้นแล้ว”
เรื่องนี้ หัวหน้าวังอวิ๋นมั่นใจมากว่าจะเอาชนะได้
บุตรสาวของตัวเองถูกพิษนั้นทรมานจนเป็นเช่นนี้แล้ว เขาไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าเด็กมู่หรงเฉียนเยี่ยผู้นี้จะสามารถอดทนได้
และต่อให้เขาไม่ลงมือ เจ้าเด็กผู้นี้ก็ต้องลงมือทำเองแต่โดยดีแน่นอน!
สีหน้าของมู่เฉียนซีเย็นยะเยือกขึ้น ฤทธิ์ของยาป้องกันนั้นไม่เพียงพอ มู่เฉียนซีจึงกลืนยาหัวใจโพธิ์เข้าไปสามเม็ด
ในที่สุดก็สามารถยับยั้งความร้อนรุ่มนั้นได้ พร้อมกันนั้นนางก็ได้สาปแช่งนิรันดร์อยู่ในใจไปเป็นหมื่นเป็นพันครั้งแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะเจ้านั่นคนเดียวที่คิดค้นยาบ้า ๆ นี่ขึ้นมา
มู่เฉียนซีเหลือบมองหัวหน้าวังอวิ๋นด้วยความเย็นชาพลางกล่าว “ต่อให้ข้าถูกยานั่นควบคุม ข้าก็ไม่มีทางให้เจ้าทำสำเร็จหรอก”
“ไม้อ่อนไม่ชอบ ชอบให้ใช้ไม้แข็ง!” สีหน้าของหัวหน้าวังอวิ๋นเคร่งขรึมลง
กล่าวจบ เขาก็ลงมือกับมู่เฉียนซีอีกครั้ง!
มู่เฉียนซีกล่าว “หัวหน้าวังอวิ๋น ข้ามียาลูกกลอนยับยั้งพิษนั่น ขอเพียงแค่เจ้าล้มเลิกความคิดที่จะลงมือกับข้า ข้าก็จะปล่อยบุตรสาวของเจ้าไป”
ใครจะไปคิดว่าหัวหน้าวังอวิ๋นจะกล่าวปฏิเสธออกมา
“ไม่จำเป็น ประมุขน้อยเฉียนเยี่ยใช้ได้ผลกว่ายาลูกกลอนนั่นมาก!”
เขาจะยอมพลาดโอกาสนี้ให้บุตรสาวของเขาได้อย่างไรกัน!
มู่เฉียนซีเองก็กลัดกลุ้มใจมาก เป้าหมายที่แท้จริงของเจ้านี่นั้นไม่ได้เป็นห่วงบุตรสาวตัวเองเลยแม้แต่น้อย เขาสนใจเพียงแค่ประมุขน้อยแห่งตำหน