ักเป่ยหานผู้นี้เท่านั้น
“เงาจันทราคู่!” คมกระบี่ตัดผ่านอากาศเป็นเส้นโค้ง!
หัวหน้าวังอวิ๋นเข้ามาใกล้ พลังวิญญาณห่อหุ้มฝ่ามือของเขาไว้ และในขณะที่เขาหลบหลีกกระบี่สองเล่มของมู่เฉียนซีนั้น เขาก็โจมตีจนกระบี่ในมือมู่เฉียนซีหลุดลอยออกไป
แกร๊ง! กระบี่หักกลางอากาศและร่วงลงพื้นไป
หัวหน้าวังอวิ๋นกล่าวด้วยความลำพองใจว่า “ประมุขน้อยเฉียนเยี่ย กระบี่ของเจ้าหักแล้ว เจ้ายังจะดิ้นรนดื้อรั้นต่อไปอีกเหรอ?”
มู่เฉียนซีกล่าว “ข้ามีทางเลือกทางรอดให้เจ้าแล้วแต่เจ้ากลับไม่เลือกมัน ตอนนี้ข้าคงทำได้เพียงแค่ส่งเจ้าไปตายแล้วล่ะ”
กระบี่ยาวสีแดงฉานดุจดั่งดวงสุริยันเล่มหนึ่งถูกมู่เฉียนซีชักออกมาจากฝัก ในขณะที่กระบี่เล่มนี้ถูกชักออกมานั้น หัวหน้าวังอวิ๋นก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นโดยสัญชาตญาณจึงรีบร่นตัวถอยหลังไปหลายก้าว
เขาพึมพำเสียงเบาว่า “นี่มันกระบี่อะไรกัน นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีพลังธาตุอัคคีที่น่ากลัวถึงเพียงนี้”
มู่เฉียนซีตะโกนเสียงเย็นชาว่า “มังกรเพลิงสังหาร!”
มังกรเพลิงสีแดงฉานพุ่งออกมา เมื่อเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่แผดเผาทำลายล้างทุกสิ่งอย่างเช่นนี้เข้า หัวหน้าวังอวิ๋นก็รีบหลบหลีกทันที
จากนั้นมู่เฉียนซีก็ฉวยโอกาสลงมือเอาชนะ นางลงมืออีกครั้ง “บัวแดงพิฆาต!”
ตูม! เห็น ๆ กันอยู่ว่าหัวหน้าวังอวิ๋นพยายามต้านทานอย่างสุดชีวิตแล้ว แต่ก็ยังคงถูกบัวอัคคีนี้โจมตีจนกระเด็นลอยออกไป พร้อมกันนั้นผิวหนังของเขาก็ถูกเปลวไฟแผดเผา
เขา