เหวพิษของตระกูลเซียวครั้งนี้ จะต้องให้ซีเอ๋อร์ส่งเจ้าเซียวเหยาผู้นี้ไปอยู่ที่ไกล ๆ ยิ่งไกลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
เจ้านี่พูดจาไม่รู้จักกาลเทศะ คิดอยากจะพูดอะไรก็พูด!
กู้ไป๋อีต้องการจะปกป้องมู่เฉียนซี ผู้อาวุโสสูงสุดก็จนปัญญาพูดอะไรไม่ได้!
พวกเขายังคงเดินวนอยู่ที่เดิม จนกระทั่งฟ้ามืดก็ยังไม่ถึงเหวพิษ
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “ทุกคนก็เหนื่อยมากแล้ว ตั้งค่ายพักแรมกันก่อนดีกว่า!”
“ขอรับ!”
ในขณะที่พวกเขากำลังตั้งค่ายอยู่นั้น จู่ ๆ กองกำลังอีกกองกำลังหนึ่งก็เข้ามาใกล้
เมื่อชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าคนหนึ่งเห็นพวกเขาแล้ว ดวงตาก็เปล่งประกายขึ้น “นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอกับตำหนักเป่ยหาน นับว่ามีวาสนาต่อกันจริง ๆ! ข้าคือหัวหน้าวังอวิ๋นซิง นามว่าอวิ๋นหู”
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “อืม!”
หัวหน้าวังอวิ๋นกล่าว “พวกเราไม่ได้คิดจะมาแย่งชิงมหาวัตถุเทพแต่อย่างใด แค่พาเด็ก ๆ หนุ่มสาวออกมาเปิดโลกก็เท่านั้น ในป่ามรณะแห่งนี้ก็ไม่รู้ว่ามีอันตรายใดแอบซ่อนอยู่บ้าง ข้าตั้งค่ายพักแรมตรงนี้ด้วยได้หรือไม่ จะได้มีที่พักพิง”
ผู้อาวุโสสูงสุดยิ้มพลางกล่าว “พื้นที่กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ จะจำกัดได้อย่างไรกันเล่า”
หัวหน้าวังอวิ๋นกล่าว “ถึงแม้ว่าวังอวิ๋นซิงของพวกเราจะมีความแข็งแกร่งเพียงน้อยนิด แต่หากว่ามีพวกใดกล้าเข้ามายั่วยุพวกท่าน พวกเราก็สามารถช่วยพวกท่านจัดการได้”
วังอวิ๋นซิงกองกำลังเล็ก ๆ เช่นนี้ ไม่ได้อยู่ในสายตาของผู้อาวุโสสู