งสุดอยู่แล้ว
แต่เมื่อมีคนมาเสนอตัวให้ใช้ประโยชน์เช่นนี้ ผู้อาวุโสสูงสุดก็ไม่ปฏิเสธเช่นกัน
แม้แต่วังอวิ๋นซิงก็มาที่นี่ นั่นก็หมายความว่ากองกำลังอื่นก็ปรารถนาที่จะครอบครองของล้ำค่าของตระกูลเซียวเช่นกัน มีกองกำลังให้ใช้ประโยชน์เช่นนี้ หากไม่ใช้ก็เสียดาย!
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “ในเมื่อหัวหน้าวังอวิ๋นยอมช่วย ข้าก็ไม่ปฏิเสธ ตั้งค่ายพักด้วยกันก็แล้วกัน!”
หลังจากที่ผู้อาวุโสสูงสุดตอบตกลง หญิงสาวผู้บอบบางผู้หนึ่งที่แอบอยู่ด้านหลังหัวหน้าวังอวิ๋นในตอนนี้ก็เหลือบมองไปดูกลุ่มของพวกเขา
และแน่นอนว่าดวงตาคู่นั้นเพ่งเล็งไปที่ร่างในชุดขาวสองร่างนั้นด้วยแววตาอันร้อนแผดเผา
หัวหน้าวังอวิ๋นกล่าว “เหลียนเอ๋อร์! เจ้าต้องคว้าโอกาสดี ๆ นี้ให้ได้นะ สองคนนั้นก็คือหัวหน้าตำหนักเป่ยหานกับประมุขน้อยเฉียนเยี่ย หากเจ้าทำให้ใครคนใดคนหนึ่งหลงเสน่ห์เจ้าได้แล้วละก็ ชีวิตเจ้าจะได้เป็นใหญ่ทันที”
การที่หัวหน้าวังอวิ๋นยอมเป็นไม้ตีไม้ต่อให้คนอื่นฟรี ๆ ก็เพราะเขาก็มีเป้าหมายเหมือนกัน และเป้าหมายของเขาก็คือการขายบุตรสาวของตัวเอง
ใบหน้าของอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย นางกล่าว “ท่านพ่อ ข้าเข้าใจแล้ว”
พวกเขาก่อไฟนั่งล้อมรอบกองไฟกินอาหารกัน จู่ ๆ บริเวณรอบ ๆ ก็ปรากฏลำแสงสีเขียวขจีขึ้น
ลำแสงนี้ร่ายระบำอยู่กลางอากาศราวกับแสงจากดาวตก
ร่างในชุดสีชมพูร่างหนึ่งพุ่งออกมาราวกับว่าตนเองนั้นเป็นผีเสื้อบินก็มิปาน พลางอุทานขึ้นว่า