“ช่างงดงามจริง ๆ!”
นางร่ายระบำไปกับลำแสงสีเขียวขจีนี้พร้อมแสดงท่วงท่าอันงดงามที่สุดออกมา ดวงตาสดใสดุจดั่งหยดน้ำคู่นั้นมองไปที่มู่เฉียนซีกับกู้ไป๋อี
เซียวเหยาเย้ยหยัน ช่างโง่เขลายิ่งนัก นึกไม่ถึงเลยว่าจะใช้อุบายเช่นนี้มาล่อลวงนายท่าน ช่างน่าตลกสิ้นดี
ร่างของนางเคลื่อนไหวมาปรากฏตรงหน้ามู่เฉียนซี กู้ไป๋อีก็หันไปมองทันที
หิ่งห้อยจำนวนมากเกาะบนร่างของนาง ทำให้ตอนนี้ร่างของนางราวกับเรืองแสงได้อย่างไรอย่างนั้น และสุดท้ายก็ลอยมาที่ร่างของมู่เฉียนซีผู้ที่ไม่ได้มีนิสัยที่เย็นชาอะไรนัก
กู้ไป๋อีนั้นเย็นชาเกินไปแล้ว ทำให้ไม่กล้าเข้าใกล้!
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านประมุขเฉียนเยี่ย หิ่งห้อยเหล่านี้ช่างงดงามยิ่งนัก ท่านประมุขน้อยช่วยข้าจับหน่อยจะได้หรือไม่ เอามันเข้าไปในกระโจมตอนกลางคืน แสงสว่างของมันจะทำให้รู้สึกเหมือนกับได้นอนดูดาว มันต้องสวยมากเป็นแน่!”
มู่เฉียนซีเงยหน้าขึ้นมองพลางร่นถัวถอยหลังไปหลายก้าว “แม่นางผู้นี้ อยู่ห่าง ๆ ข้าให้ไกล ๆ หน่อยได้หรือไม่?”
การปฏิเสธของมู่เฉียนซีทำให้อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์รู้สึกเขินอายเล็กน้อย!
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์กล่าวด้วยท่าทางน่าสงสารว่า “ท่านประมุขน้อยเฉียนเยี่ย เหลียนเอ๋อร์มัวแต่ห่วงเล่นไปหน่อย แต่หิ่งห้อยพวกนี้มันสวยมากจริง ๆ นะ ท่านไม่รู้สึกว่ามันสวยบ้างเหรอ?”
“ไสหัวไปไกล ๆ!” ร่างที่ไร้ซึ่งอุณหภูมิราวกับน้ำแข็งร่างหนึ่งพุ่งออกมา ทำให้อวิ๋นเหลียนเอ๋