ต้องรู้บ้างกระมัง! หากเกิดการบาดเจ็บขึ้น ข้าจะไม่ให้เจ้าอยู่เป็นสุขแน่” ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวข่มขู่
“ใช้ยาลูกกลอนแก้พิษเข้าไปในป่ามรณะ” ผู้อาวุโสสูงสุดออกคำสั่ง
“ขอรับ!”
ในขณะที่คนของตำหนักเป่ยหานกลุ่มนี้เข้าไปในป่ามรณะ หลังจากนั้นคนของสำนักอื่นก็ตามเข้าไป
ถึงแม้ว่าเซียวเหยาจะจำได้ไม่ค่อยชัดเจน แต่เขาก็พยายามหลีกเลี่ยงทางอันตรายที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรเสียนายท่านของเขาก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย
สุดท้าย เดินไปเดินมานานมาก พวกเขาก็ยังเดินวนอยู่ที่เดิม
“เซียวเหยา นี่เจ้าจงใจใช่ไหม!” ผู้อาวุโสสูงสุดอยากจะตบเซียวเหยา
หากเซียวเหยาถูกฝ่ามือเข้า ไม่ตายก็ต้องเจ็บสาหัสแน่นอน
เรื่องที่รับปากมู่เฉียนซีเอาไว้ กู้ไป๋อีจำได้ แม้ว่าเซียวเหยาผู้นี้จะไม่ชอบขี้หน้าเขาก็ตาม
แต่มู่เฉียนซีกลับห้ามเขาไว้ เรื่องแค่นี้ไม่จำเป็นต้องให้เสี่ยวไป๋ลงมือ
กระบี่ยาวเล่มหนึ่งถูกชักออกจากฝัก ในผืนป่าสีเขียวเข้มแห่งนี้ ร่างของมู่เฉียนซีปรากฏขึ้นด้านหลังอวี้ปิงชิงราวกับภูตผีก็มิปาน
“ผู้อาวุโสสูงสุด หากเจ้ากล้าแตะต้องเซียวเหยาแม้แต่ปลายนิ้ว ข้าจะฝากรอยกระบี่นี่บนร่างหลานสาวสุดที่รักของเจ้า”
ผู้อาวุโสสูงสุดจำต้องหยุด เขากล่าวด้วยความโกรธเกรี้ยวว่า “ประมุขน้อยเฉียนเยี่ย นึกไม่ถึงเลยว่าเพื่อเจ้าสารเลวนี่คนเดียว ประมุขน้อยถึงกับจะลงมือกับชิงเอ๋อร์”
มู่เฉียนซียิ้มพลางกล่าว “หึ ๆ ๆ! ผู้อาวุโสสูงสุดช่างไม่รู้จักข้อบกพร่องของตัวเ