ย่างนั้นเหรอ?”
เส้นผมสีดำขลับสยายยาวลงมาดุจดั่งผ้าไหมชั้นดี ดวงตาสีอำพันคู่นั้นงดงาม มีสง่าและดูสูงศักดิ์มาก
“นายน้อยอวิ๋นซิว!” ทุกคนอุทานขึ้น
เฟิงอวิ๋นซิวถูกมู่เฉียนซีบีบบังคับให้อยู่รักษาตัวที่หอหมอปีศาจ ถึงแม้ช่วงนี้มู่เฉียนซีจะไม่ค่อยได้ไปที่หอหมอปีศาจ แต่นางก็ให้คนเอายาไปส่งให้เขาอย่างสม่ำเสมอ
ในตอนนี้อาการของเขาดีขึ้นมากแล้ว และเขาก็อยากมาเยี่ยมเยียนสหายเก่าที่ตำหนักเป่ยหาน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้เจอกับสถานการณ์เช่นนี้ ไป๋อู๋ห่าย แม้ว่าจะมองหน้าแล้วรู้สึกไม่ชอบขี้หน้า แต่ก็ไม่กล้าลงมือกับเขาเช่นนี้แน่นอน!
ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าว “ข้าไม่รู้ว่านายน้อยอวิ๋นซิวจะมาเยือนตำหนักเป่ยหาน ต้องขออภัยด้วยที่ทำให้เห็นเรื่องตลกเช่นนี้เข้า พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายประมุขน้อยเฉียนเยี่ยแต่อย่างใด ประมุขน้อยของพวกเราเป็นคนที่ซุกซนเช่นนี้นี่แหละ ก็เลย…”
“ความซุกซน ข้าก็เคยชินนะ แต่พวกเจ้ากลับกล้ามาลงมือที่นี่ เช่นนี้ก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!”
ทันใดนั้นเองน้ำเสียงอันเย็นยะเยือกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น จากนั้นลำแสงกระบี่ที่แสนเยียบเย็นก็ตามมา
“ท่านหัวหน้าตำหนักโปรดไว้…”
ไม่ทันกล่าวคำขอร้องอ้อนวอนให้ไว้ชีวิตได้จบ คนเหล่านี้ต่างก็ตายตกกันไปทีละคน
ปัง ปัง ปัง!
คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมือของตำหนักเป่ยหาน กู้ไป๋อีบอกตายก็ตายไปทันที
เขาเองก็คิดไม่ถึง ผู้อาวุโสสูงสุดเพิ่งจะกลับมาไม่นาน นึกไม่ถึงเลยว่าจะกล้าลง