ผู้อาวุโสสูงสุดนำกำลังคนมาถึงตำหนักของท่านหัวหน้าตำหนัก พลันนั้นเขาก็เห็นมู่เฉียนซีเดินมาด้วยท่าทีที่เกียจคร้าน
มู่เฉียนซีเหลือบมองพวกเขาและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสสูงสุด มีงานมากมายต้องทำเป็นหมื่น ๆ เรื่อง นึกไม่ถึงเลยว่าจะมีเวลาแวะมาเที่ยวที่ตำหนักนี้ได้”
“ข้าไม่ได้มาเที่ยวเล่น ข้ามาหาประมุขน้อยเพื่อต้องการคนคนหนึ่ง”
“ใครล่ะ หากเป็นหลิงละก็ ข้าไม่ให้นะ ตราบใดที่พลังของข้ายังทะลวงไม่ถึงขั้นมหาจักรพรรดิ ข้ายังต้องการยอดฝีมืออย่างหลิงเป็นคู่ซ้อมของข้าอยู่”
“ไม่ใช่หลิงแน่นอน! คนที่ข้าต้องการก็คือนักพิษที่ประมุขน้อยเฉียนเยี่ยเอาตัวมาจากจุ้ยเมิ่งชวนผู้นั้น”
“ถึงแม้ว่าเซียวเหยาจะก่อเรื่องวุ่นวายอันใหญ่หลวงขึ้น แต่ท่านหัวหน้าตำหนักก็ยังไม่คิดเอาความอะไร ข้าว่า ท่านผู้อาวุโสสูงสุดอย่ายุ่งให้มากเรื่องจะดีกว่า!” มู่เฉียนซีหน้านิ่วคิ้วขมวดพลางกล่าวอย่างไม่พอใจ
“ข้าไม่ได้คิดจะยุ่งเรื่องนั้น แต่ข้าตรวจสอบอย่างชัดเจนแล้ว นักพิษผู้นั้นเป็นคนตระกูลเซียว หนึ่งในสามตระกูลยาโบราณ ข้าเพียงแค่อยากถามเรื่องบางอย่างจากปากเขาก็เท่านั้น”
ทันใดนั้นเอง ร่างในชุดสีชมพูร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อสายตาผู้อาวุโสสูงสุด
เมื่อเขาได้ยินคำพูดนี้ ก็พรวดไปข้างกายมู่เฉียนซีกล่าวด้วยท่าทางน่าสงสารว่า “ท่านประมุขน้อยเฉียนเยี่ย ท่าน…ท่านทิ้งข้าไปไม่ได้นะ!”
เขาหลบอยู่ด้านหลังมู่เฉียนซี มู่เฉียนซีมองไปที่ผู้อาวุโสสูงสุดและกล่าวว่า “