กู้ไป๋อีเป็นห่วงความปลอดภัยของมู่เฉียนซีจึงแอบซ่อนตัวอยู่ สุดท้ายกลับเห็นเจ้านี่ทำท่าทางยั่วยวนมู่เฉียนซี
กู้ไป๋อีผู้ที่มีความอดทนยอดเยี่ยมมาโดยตลอดตอนนี้ไม่อาจบดบังจิตสังหารของตัวเองเอาไว้ได้แล้ว จิตสังหารแผ่ซ่านออกไป กลิ่นอายกระบี่ก็เช่นกัน
อุณหภูมิในตำหนักพลันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว มู่เฉียนซีห้ามกู้ไป๋อีไม่ทัน กลิ่นอายกระบี่นับไม่ถ้วนพุ่งไปที่แม่นางเซียวที่อยู่บนเตียงอย่างรวดเร็ว
แม่นางเซียวโดนพิษของมู่เฉียนซีไปก่อนหน้านี้ ดังนั้นจึงไม่สามารถหลบหลีกกลิ่นอายกระบี่นี้ได้
ชั่วพริบตาเดียว เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งเตียง ผิวขาวผ่องดั่งหยกนั้นปรากฏรอยเลือดนับไม่ถ้วน
และแน่นอนว่ากู้ไป๋อีไม่ได้ลงมือถึงตาย เพราะเขารู้ว่ามู่เฉียนซีไม่ต้องการฆ่าเจ้าหมอนี่ นางน่าจะมีเหตุผลของนาง
เฮือก! แผลนับไม่ถ้วนที่ปรากฏขึ้นบนร่างกายทำให้แม่นางเซียวสูดลมหายใจเย็นเข้าปอดด้วยความตกใจ
เขาน้ำตาคลอเบ้าพลางมองไปที่มู่เฉียนซี “ประมุขน้อยเฉียนเยี่ย ข้าน้อยเจ็บปวดมาก นี่ข้าน้อยกำลังจะตายแล้วใช่หรือไม่?”
ท่าทางเช่นนี้ทำให้กู้ไป๋อีอยากจะลงมือกับเขาอีกหลายแผล
ร่างในชุดขาวเคลื่อนไหวไป กู้ไป๋อียืนขวางหน้ามู่เฉียนซีไว้
เมื่อแม่นางเซียวเห็นชายหนุ่มรูปงามหน้าตาหล่อเหลาอย่างไร้ที่ติและเย็นยะเยือกตรงหน้าผู้นี้เข้า รูม่านตาเขาก็หดลงไปในทันที
ท่าทางอ่อนโยน ยั่วยวนในเมื่อครู่ได้หายไปภายในชั่วพริบตาเดียว นัยน์ตาอันมีเสน่ห