ครั้นแล้วอินรั่วเฉินก็เริ่มลงมือกินจริง ๆ เขามองปลาและเนื้อในจานราวกับเป็นผักทั่ว ๆ ไป
หลังจากกินเนื้อที่กองกันเป็นภูเขาเล็ก ๆ ในจานตรงหน้าหมด มู่เฉียนซีก็คีบเพิ่มให้เขาอีก
“โอรสศักดิ์สิทธิ์ฟ้านอิน กินต่อสิ! เจ้าต้องกินให้ตัวอ้วนกลมถึงจะเหมือนพระพุทธรูป! ดูเจ้าตอนนี้สิรูปงามเกินไปจริง ๆ ไม่เหมือนพระแม้แต่น้อย”
มู่เฉียนซีอยากจะทำให้ชายรูปงามตรงหน้าผู้นี้กลายเป็นคนอ้วนพุงโต เมื่อคิดแล้วนางก็อดที่จะหลุดขำออกมาไม่ได้
มู่เฉียนซีคีบเนื้อให้เขาอีก อินรั่วเฉินก็ไม่อยากเสียมารยาท จำต้องกินต่อ!
พอกินหมด มู่เฉียนซีก็คีบเพิ่มให้ต่อ…
กินหมดอีก ก็คีบเพิ่มอีก…
ตราบใดที่ไม่ใช่ท้องของสัตว์วิญญาณ กินมากเช่นนี้ก็รับไม่ไหวเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าอินรั่วเฉินจะเป็นโอรสศักดิ์สิทธิ์แห่งแคว้นเทพฟ้านอิน แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง กินเยอะก็ต้องมีอิ่มเป็นธรรมดา!
มู่เฉียนซีหรี่ตายิ้มพลางกล่าวว่า “โอรสศักดิ์สิทธิ์ เจ้าอย่าได้เป็นคนที่กินอาหารสิ้นเปลืองเชียวนะ”
จำต้องบอกเลยว่าการที่มีพลังความแข็งแกร่งนั้นมันมีประโยชน์มาก เพียงขยับไม้ขยับมือเล็กน้อยก็สามารถย่อยอาหารได้อย่างรวดเร็วแล้ว ครั้นแล้วอินรั่วเฉินก็จัดการอาหารบนโต๊ะทั้งหมดจนหมดเกลี้ยง
มู่เฉียนซีรู้สึกผิดพลาดมากที่พาเขามาเลี้ยงอาหารเช่นนี้!
น่าจะให้พ่อครัวอย่างท่านปู่ตงหวงกับจิ่วเยี่ยทำอาหารให้โอรสศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้กินสักมื้อ
เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดรู้ว่